px

เรื่อง : ข้าจะเป็นราชาอมตะ (นิยายแปล) ปลดล๊อคตอนฟรี 3 วัน 1 ตอน
ตอนที่ 42 : เผชิญหน้ากับขอบเขตราชา


ตอนที่ 42 : เผชิญหน้ากับขอบเขตราชา

เสียงของชายวัยกลางคนแหบแห้งอย่างมาก เขาสวมชุดสีทอง แก้มตอบ ผอมแห้งราวกับผีดิบ ถือกระบี่สีทองไว้ในมือ กระบี่ปราณได้ลอยออกไปทุกทิศทางจนทำให้ผู้คนต่างก็พากันตกใจ

ชายวัยกลางคนมองไปที่พู่กันและพูดขึ้นมาด้วยท่าทีตื่นเต้น “ ไม่อาจจะต้านการโจมตีของข้าได้ ข้าเดาว่ามันคงได้รับความเสียหายมา แต่แม้ว่าจะเป็นสมบัติจิตที่เสียหายแต่ก็ยังถือว่าเป็นสมบัติที่หายาก หากข้าได้มันมาละก็...”

ในตอนที่พูดอยู่นั้นเขาก็ก้าวออกมาและพุ่งเข้าไปหาพู่กัน ชายคนนี้รวดเร็วจนน่าเหลือเชื่อ หยางเฉินเห็นชายวัยกลางคนพุ่งเข้าไปหาพู่กันก็สีหน้าเปลี่ยนไปทันที

เถาเถาได้ส่งข้อความเข้ามา “ เสี่ยวหยาง ไม่ต้องกังวล เขาไม่อาจจะยึดครองข้าได้ !”

ซู่ ! เมื่อเถาเถาส่งข้อความมาหาหยางเฉินเสร็จ เขาก็ควบคุมพู่กันให้ลอยขึ้นแล้วหมุนตัวกลับก่อนจะพุ่งเข้าหาชายวัยกลางคน

“ แค่สมบัติจิตแต่กลับดื้อด้านเช่นนี้ ความกล้านี่มากมายจริงๆ !”  ชายวัยกลางคนฮึดฮัดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา กระบี่ถูกฟันออกไปอย่างต่อเนื่อง กระบี่ของเขาได้แทงออกไปพร้อมกับลมที่พัดไม่หยุด ตอนที่กระบี่ถูกแทงออกไปนั้น มันก็เหมือนจะทำให้ลมพัดไปด้วย

ที่นั่นปกคลุมไปด้วยลม กระบี่ทองของชายวัยกลางคนเหมือนจะหลอมรวมเข้ากับสายลม ไม่ว่าลมจะผ่านไปที่ไหนก็มีกระบี่แทงออกไปด้วย ตอนนั้นกระบี่ปราณได้พุ่งออกมาอย่างบ้าคลั่ง

เมื่อพู่กันอยู่ในพายุนั้น มันก็ราวกับรายล้อมไปโดยกระบี่ปราณ กระบี่ปราณนับไม่ถ้วนได้ฟันเข้ามา ไม่นานพู่กันก็โดนฟันนับครั้งไม่ถ้วน พร้อมกับประกายไฟที่กระเด็นออกมา

“ แข็งดีจริงๆ !”  ชายวัยกลางคนสีหน้าเปลี่ยนไป จักรวรรดิแดวูเองก็มีสมบัติจิตเช่นกัน แต่หากพูดถึงระดับความแข็งเพียงอย่างเดียวแล้ว มันอาจจะไม่ดีเท่ากับพู่กันตรงหน้านี้

‘ บัดซบ เด็กน้อยขอบเขตราชาอย่างเจ้า  ข้าเคยฆ่ามาแล้วนับไม่ถ้วน แค่มดปลวกอย่างเจ้าคิดจะสยบข้ารึ ? ข้าสาบานว่าหากได้ความแข็งแกร่งกลับคืนมา ข้าจะทำลายพวกเจ้าให้สิ้นซาก ! ‘ เถาเถาโกรธจัด หน้าของเขาซีดเซียว ในใจสบถออกมาด้วยความโกรธ

หลังจากที่สบถออกมาได้ไม่นาน เถาเถาก็ได้ใช้ลูกบอลปราณทั้งหมดที่มี พลังได้สูบฉีดเข้าไปในพู่กัน ในพริบตาอักษรสีม่วงก็ได้ไหลออกมาก่อตัวเป็นอักษรเก่าแก่นับไม่ถ้วน

พู่กันลอยอยู่ในอากาศ มันฟันออกไปเป็นพันๆครั้ง ด้วยการฟันของพู่กันนั้นก็ทำให้ปราณได้ไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง จนก่อตัวเป็นอักษรสีม่วง อักษรแต่ละตัวนั้นมีพลังที่น่ากลัวแผ่ออกมา

ในหมู่อักษรทั้งหมดนั้น อักษรขนาดใหญ่ 4 ตัวก็ได้รวมกันเป็นคำว่า ‘สรรค์สร้าง’  ก่อนที่แสงสีม่วงจะส่องประกายออกมาให้แสงสว่างไปทั่วทุกทิศทาง

อักษรนับไม่ถ้วนได้กระจายไปโดยรอบชนเข้ากับพายุรอบตัว พลังงานในอักษรระเบิดออกมาจนทำให้เกิดควันและพลังงานที่แผ่ออกมาโดยรอบ ทำลายพายุรอบตัวของมัน

ปัง ! กระบี่ทองในมือของชายวัยกลางคนสั่นไหวอย่างรุนแรง เขาต้องถอยกลับมา 3 ก้าวเพราะการระเบิดนี้

ตอนที่ชายวัยกลางคนถอยกลับมานั้น อักษรทั้งสี่ตัวก็ได้รวบรวมปราณมากขึ้นเรื่อยๆ พลังในอักษรทั้งสี่นั้นถึงกับทำให้มิติบิดเบี้ยวไปราวกับจะพังลงตอนไหนก็ได้

‘ เป็นไปได้อย่างไรกัน ? มันเสียหายมาไม่ใช่รึ ? ’ สีหน้าของชายวัยกลางคนเปลี่ยนไป หลังจากที่หน้าถอดสีได้ไม่นาน เขาก็อดไม่ได้ที่จะฮึดฮัดออกมา การโจมตีระดับนี้ไม่เพียงพอที่จะเป็นอันตรายกับเขาได้

ฟรืบ ฟรึบ...เขารีบถอยกลับมา ในเวลาเดียวกันก็ฟันกระบี่ในมือออกไป การฟันแต่ละครั้งนั้นสร้างพายุพร้อมกับกระบี่ปราณขึ้นมา มันถึงกับรวมตัวกับพายุ พายุเร็วแค่ไหน กระบี่ปราณก็เร็วเท่านั้น ไม่ว่าพายุจะไปที่ไหน กระบี่ปราณก็ไปที่นั่น

พายุนับไม่ถ้วนได้เข้าครอบคลุมอักษรทั้งสี่เอาไว้ กระบี่ปราณในพายุนั้นทรงพลังอย่างมาก

ปัง ! พายุและอักษรทั้งสี่ได้ปะทะกัน อักษรทั้งสี่ระเบิดออก คลื่นพลังงานกระจายออกมาโดยรอบพร้อมกับทำลายพายุรอบตัว ส่วนพลังที่เหลือยังแผ่มาถึงชายวัยกลางคนต่อ

คลื่นพลังงานที่พุ่งเข้ามานี้ได้สร้างพายุขึ้นมาด้วย ใบไม้และกิ่งไม้โดยรอบโดนทำลายไปในพริบตา เสื้อผ้าของทุกคนที่อยู่ที่นั่นฉีกขาดและปลิวว่อนไปอย่างต่อเนื่อง ลมนี้ราวกับพายุใบมีดที่เข้าเฉือนพวกเขา

‘ นี่มันสมบัติแบบไหนกัน  ! ’ ชายวัยกลางคนตาเป็นประกายขึ้นมา ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องเอาพู่กันอันนี้มาครองให้ได้

เขาไม่รู้ว่านี่คือการโจมตีที่รุนแรงที่สุดหลังจากที่พู่กันดูดซับลูกบอลปราณเข้าไป เมื่อไม่มีลูกบอลปราณคอยสนับสนุน งั้นพลังของพู่กันก็จะลดลงไปอย่างมาก

เมื่อเห็นคลื่นพลังงานที่แผ่ออกมา ชายวัยกลางคนก็ได้ฟันกระบี่ออกไปสร้างพายุขึ้น พายุได้เข้าล้อมตัวเขากับหยูเหวินยีเอาไว้กันคลื่นพลังงานที่พุ่งเข้ามา

“ เสี่ยวหยาง รีบหนี เมื่อไม่มีลูกลูกบอลปราณ เราก็ไม่อาจจะเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้ !”  พู่กันบินเข้าไปหาหยางเฉินพร้อมกับเถาเถา ที่พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงกังวล

“ ไม่ ลั่วปิงยังอยู่ในถ้ำ เราไม่อาจจะหนีไปได้ เมื่อไม่มีลูกบอลปราณ พวกมันก็จะตามเราทันในไม่ช้า” หยางเฉินไม่อยากจะหนี เมื่อไม่มีพลังจากลูกบอลปราณแล้ว ความเร็วของพู่กันก็จะลดลงไปอย่างมาก มันเป็นไปไม่ได้ที่จะหนีจากชายวัยกลางคนคนนี้ได้

ในพริบตาพายุรอบตัวของชายวัยกลางคนและหยูเหวินยีก็ได้หายไปเผยให้เห็นร่างของทั้งสอง จากนั้นชายวัยกลางคนก็ฮึดฮัดออกมา “ เด็กน้อย เจ้าไม่คู่ควรกับสมบัติจิต หากเจ้าส่งมันมาให้ข้า ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า !”

สีหน้าของหยูเหวินยีเปลี่ยนไป ไม่นานเขาก็กลับมาเยือกเย็นดังเดิม เขาไม่อยากจะปล่อยหยางเฉินไป แต่ก็ไม่อาจจะขัดคำสั่งของอาจารย์ได้ ดังนั้นเขาจึงได้แต่เงียบ

“ เจ้าคิดว่าข้าจะเก็บเอาคำพูดของเจ้ามาคิดงั้นรึ ? หากข้าส่งมันให้กับเจ้าจริงๆ เจ้าอาจจะฆ่าข้าก็ได้ ?” หยางเฉินอดไม่ได้ที่จะฮึดฮัดออกมา ในตอนนั้นเขาได้แต่ต้องถ่วงเวลาเอาไว้

“ ข้า หยวนชี ไม่คิดจะหลอกเด็กน้อยอย่างเจ้าหรอก เจ้าน่าจะรู้ว่าหากข้าอยากจะแย่งมันมา เจ้าคงไม่อาจจะต่อต้านได้” หยวนชีมองไปที่หยางเฉิน เขาเหมือนไม่อยากจะใช้กำลังแย่งพู่กันมา จนกว่าจะไม่มีทางเลือกจริงๆ

‘ ทำไมข้าช่างโชคร้ายเยี่ยงนี้ เจอกับคนขอบเขตราชาถึงสองคนในวันเดียวกัน พวกนี้ต่างก็เป็นคนระดับสูง พวกเขามาทำอะไรที่นี่กัน ? ‘ หยางเฉินยิ้มออกมาอย่างขมขื่น ขอบเขตราชานั้นคือตัวตนที่เขาได้แต่เงยหน้ามอง แม้ว่าเขาจะพึ่งพลังของพู่กัน แต่ก็ไม่อาจจะหนีได้

“ เด็กน้อย เจ้าคิดดูดีๆ หากเจ้าส่งสมบัติจิตให้กับข้า ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า !” หยวนชีพูดขึ้นมาอีกครั้ง

ก่อนที่หยางเฉินจะได้พูดนั้น เถาถาก็พูดขึ้นมา “ เสี่ยวหยาง ส่งข้าให้เขาเถิด เมื่อไหร่ที่เขาเผลอ ข้าจะรีบจัดการเขา ถึงเขาจะไม่ตายแต่ก็คงบาดเจ็บหนัก”

หยางเฉินไม่คิดจะรับปากกับเถาเถา เพราะเขาไม่กล้าที่จะเสี่ยง  หยวนชีเองก็ไม่ใช่คนโง่ เขาจะไม่ระวังตัวจากเถาเถาได้อย่างไร

“ ข้าตั้งใจจะนำสมบัติจิตนี้ให้กับหัวหน้ากอง หากผู้อาวุโสหยวนชีต้องการมัน บางทีท่านอาจจะต้องมีเรื่องกับหัวหน้ากอง” หยางเฉินยิ้มออกมา “ สำหรับว่าหัวหน้ากองร้อยจะตกลงรึไม่นั้น ข้าไม่อาจจะรับรองได้”

“ เด็กน้อย เจ้าคิดจะใช้ไป่เซียวเทียนมาข่มขู่ข้ารึ ?” หยวนชีฮึดฮัดออกมา “ เมื่อข้าต้องการสิ่งใด ไป่เซียวเทียนก็ไม่กล้า

ขัด !”

หยวนชีพูดจบก็มีชายชุดขาวเดินเข้ามาในป่าแล้วหัวเราะออกมา “ หยวนชี เจ้าใจกล้าดีจริงๆ เจ้าคิดจริงๆรึว่าข้า ไป่เซียวเทียน จะกลัวจักรวรรดิแดวูของเจ้า ?”

ไป่เซียวเทียนมาจริงๆ !

‘ หากสองคนนี้สู้กันเอง บางทีข้าอาจจะหนีไปได้ !‘ หยางเฉินแอบหัวเราะดีใจ

‘ คนที่มานี่ กลับเป็นคนที่ใช้การรับรู้ค้นหาเราเมื่อก่อนหน้านี้  ’ เถาเถาในพู่กันเห็นไป่เซียวเทียนก็คิดถึงการรับรู้ที่เขารู้สึกได้ก่อนหน้านี้

“ ไป่เซียวเทียน อาวุธจิตนี่เป็นของจักรวรรดิแดวู เจ้าคิดจะแย่งมันไปรึ?” หยวนชีไม่คิดจะไว้หน้าไป่เซียวเทียน  นี่เป็นความจริง เพราะหน่วยเซียวเทียนนั้นไม่อาจจะเทียบกับจักรวรรดิแดวูได้เลย

“ ข้าเกลียดคำข่มขู่มากที่สุด เมื่อเจ้าอยากแย่งสมบัติจิตไป ข้าคงไม่อาจจะปล่อยให้เจ้าชิงมันไปได้” ในตอนที่พูดนั้น ไป่เซียวเทียนก็ทะยานลงมาที่พื้นทันที “ ยิ่งไปกว่านั้นสมบัติจิตนี่ก็อยู่ในมือของคนหน่วยเซียวเทียนของข้า  มันคือของหน่วยเซียวเทียน”

หยวนชีฮึดฮัดออกมา  “ถ้าอย่างนั้นเจ้ามีความสามารถพอที่จะชิงมันไปได้รึ ? นี่ไม่ต้องพูดถึงการที่เจ้าได้มันไปเลย ถึงเจ้าจะได้มันไป แต่เจ้ามีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะรักษามันได้รึไม่ ?” เขาเน้นคำพูดสุดท้ายราวกับจะเตือนไป่เซียวเทียนว่าไม่มีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะถือครองสมบัติล้ำค่าเช่นนี้ เขาไม่ควรจะแย่งสมบัตินี้ไป

“ เจ้าดูถูกข้ารึ ?”  ไป่เซียวเทียนมองไปที่หยวนชี ใบหน้าของเขาดูเฉยเมยและไม่อาจจะมองออกได้ว่าเขาดีใจรึว่าโกรธอยู่กันแน่  ท่าทีที่เยือกเย็นของเขาดูน่ากลัวอย่างมาก

“ เจ้าจะเข้าใจเช่นนั้นก็ได้ !” หยวนชีมองไปที่ไป่เซียวเทียน

ในระยะ 100 เมตรปราณเหมือนจะหยุดนิ่งไป มันทำให้ผู้คนไม่อาจจะหายใจได้ แรงกดดันที่ทั้งสองแผ่ออกมานั้น ทำให้หยางเฉินรู้สึกเหมือนไม่อาจจะหายใจได้เลย

“ น่าสนใจ ข้าเพิ่งเคยโดนดูถูกเป็นครั้งแรกในชีวิต” ไป่เซียวเทียนไม่ได้โกรธ ในทางกลับกันแล้วเขากลับเผยรอยยิ้มออกมา มันทำให้ยากที่จะรู้ได้ว่าเขาคิดอะไรอยู่

‘ หัวเราะได้ในสถานการณ์เช่นนี้ เขาน่ากลัวจริงๆ ! ’ หยางเฉินจดจำชื่อไป่เซียวเทียนเอาไว้ คนแบบนี้เขาต้องระวังตัวเอาจากเขาไว้ให้มาก

“ น่าสนใจรึ ?” หยวนชียิ้มออกมา “ มันน่าสนใจจริงๆ ในบรรดาหน่วยล่าอสูรทั้งสาม หน่วยของเจ้านั้นแกร่งที่สุด ข้าอยากเห็นจริงๆว่าเจ้าจะมีความสามารถเพียงใดกัน !”

“เสี่ยวหยาง หยวนชีและไป่เซียวเทียนอยู่ขอบเขตราชาขั้น 3 เหมือนกัน แต่ข้ารู้สึกว่าไป่เซียวเทียนแกร่งกว่านั้น เดาว่าเขาคงปกปิดความแข็งแกร่งเอาไว้ หากสู้กันจริงๆแล้ว หยวนชีอาจจะสู้ไป่เซียวเทียนไม่ได้” เถาเถาส่งข้อความบอกหยางเฉิน

‘ ขอบเขตราชาขั้น 3 ไม่แปลกเลยที่เถาเถาใช้พลังของลูกบอลปราณทั้งหมดเพื่อโจมตีแต่ก็ไม่อาจจะทำอะไรหยวนชีได้ ‘ เมื่อคิดแบบนั้น หยางเฉินก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงที่รับปากไว้กับหยางเฉินคนเดิมว่าจะไม่ให้ใครมารังแกและขึ้นเป็นคนที่แกร่งที่สุดในโลกให้ได้ ข้อตกลงนี้คงยากที่จะทำได้.....

  




รีวิวผู้อ่าน