บทที่ 16 ออกเดินทาง 3
“นายน้อยจะออกไปไหนหรือขอรับ?”
รอนเดินเข้ามาหาเขาทันทีที่ก้าวออกจารถม้า
“แล้วใครจะไปถ้าไม่ใช่ข้า?”
รอนและรองหัวหน้าทหารองครักษ์ได้ติดตามคาร์ลซึ่งกำลังมุ่งหน้าไปยังที่เกิดเหตุอย่างไม่ลังเล ทั้งสองล้อมรอบคาร์ลราวกับว่าโลกกำลังจะถล่มในเร็วๆนี้ แต่เขาไม่ได้สนใจมัน
มีคนเดินลงจากรถม้าอีกคันอย่างช้าๆ เวเนี่ยน สแตน
คาร์ลเริ่มขมวดคิ้วอย่างขุ่นมัวเมื่อมองเห็นเขา มีเพียงบรรทัดเดียวในข้อมูลที่เขาได้มาจากบิดาเกี่ยวกับบุคลิกและนิสัยใจคอของเวเนี่ยน สแตน
[ขุนนางทั่วไปและเผด็จการ]
คาร์ล...ไม่สิ....คิมร็อกโซยังสามารถใช้ข้อมูลจากนิยายเรื่องกำเนิดวีรบุรุษเพื่อประเมินเวเนี่ยนได้อีกทางหนึ่ง
ลักษณะของตัวร้ายทั่วไปนั่นล่ะ
อย่างไรก็ตามมันเป็นเรื่องที่สามารถเกิดอาการปวดหัวได้ง่ายเมื่อเจอตัวร้ายเช่นนี้ในชีวิตจริงมากกว่าการเจอตัวร้ายแบบในนิยาย คาร์ลไม่ใช่คนที่สามารถปล่อยให้สิ่งที่เลวร้ายเกิดขึ้นได้เพียงเพราะไม่ชอบขี้หน้าใครแม้กระทั่งจะเป็นเชวฮันก็ตาม
ตอนนี้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้บานปลายไปมากกว่าเดิมเมื่อคาร์ลได้เดินมาถึงซึ่งใช้เวลาไม่นานมากนัก เขาเห็นว่าเชวฮันโกรธมากจนไหล่ของเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
“ใครใช้ให้พวกเจ้ามาขวางทางรถม้าของขุนนางด้วย ห๊ะ?”
“ให้ตายเถอะ! เจ้าพูดอะไรออกมาในเมื่อมันมีคนเจ็บ? ขวางทางงั้นเหรอ?เรื่องนี้มันเกิดขึ้นก็เพราะเจ้าที่บังคับรถม้าวิ่งเหมือนคนบ้าเช่นนั้น”
“พวกบ้านนอกก็ควรเดินออกจากทางเมื่อเห็นรถของขุนนางสิ ไม่ใช่ความผิดของพวกข้า ไอ้บ้านนอกนี่โง่เองที่มายืนอยู่กลางถนนเช่นนั้นโดยไม่ขยับหลีกทางเลยสักนิด”
เชวฮันกำลังโต้เถียงกับข้ารับใช้ของเวเนี่ยน ก่อนที่ฮันส์ที่ยืนอยู่ข้างเชวฮันจะเริ่มขมวดคิ้วมุ่นและเดินเข้ามาหาคาร์ลพร้อมกับกระซิบไปที่หูของคาร์ล
“ดูเหมือนท่านเชวฮันจะโมโหมากขอรับ”
ฮันส์ดูเหมือนจะรู้แล้วว่าเจ้าของรถม้าคันนั้นเป็นของตระกูลมาร์ควิส และก็ดูจะรู้ว่าคนที่ยืนอยู่ด้านหลังนั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก เวเนี่ยน สแตน
เจ้าโรคจิตหลงตัวเองก้าวออกมาจากรถม้าทันทีเมื่อมองเห็นสัญลักษณ์ที่อยู่บนรถม้าของตระกูลเฮนิตัส
“พอได้แล้ว....”
เวเนี่ยน ชายผมสีบลอนด์สวยพูดเบาๆกับข้ารับใช้ของตน ทันทีได้ยินคำพูดของเวเนี่ยนพวกเขาก็รีบขยับไปข้างหลังเวเนี่ยนราวกับไม่ได้มีเรื่องทะเลาะกันตั้งแต่แรก มีเพียงเฉพาะเชวฮันเท่านั้นที่ยังยืนอยู่ ลมหายใจของเขาสะท้อนเข้าออกรุนแรงก่อนจะข่มอารมณ์ตนเพื่อปลอบโยนชายชราที่กำลังหวาดกลัวอยู่
เตราะ! คาร์ลเดาะลิ้นของเขา
ข้ารับใช้นั่นดูไม่ได้โกรธจริงจัง เขาสามารถมองเห็นรถม้าของคาร์ลที่อยู่ไม่ไกลนักซึ่งเหมือนกับเวเนี่ยนที่มองเห็นสัญลักษณ์เต่าทองบนรถม้าของคาร์ลได้อย่างชัดเจน จึงทำให้ข้ารับใช้นั่นพูดเกินจริงและส่งเสียงดังเกินความจำเป็นเพื่อที่จะให้คาร์ลออกไปยังที่เกิดเหตุ ฮันส์รู้ว่าข้ารับใช้นั่นจะทำอะไร ฮึ!อยากหาเรื่องนายข้ารึไงและนั่นทำให้เขาขมวดคิ้วมุ่นเพื่อรอการมาถึงของคาร์ล
คาร์ลจ้องมองไปที่เวเนี่ยนและข้ารับใช้ของเขาก่อนที่จะจับไปที่ไหล่ของเชวฮัน
“เจ้าก็ด้วย...”
“แต่!......”
คาร์ลรู้ว่าทำไมเชวฮันถึงโกรธ หมู่บ้านแห่งนี้มีความคล้ายคลึงกับหมู่บ้านแฮร์ริสซึ่งเป็นบ้านหลังที่สองของเขา เชวฮันโกรธกับความจริงที่ว่าคนเหล่านี้ทำให้ชีวิตของคนอื่นตกอยู่ในอันตรายแต่ไม่ได้มีความสำนึกผิดหรือคิดจะขอโทษเลยสักคำ
อย่างไรก็ตามเหยื่อของเหตุการณ์ในครั้งนี้คือชายชราเขาไม่สมารถแสดงอาการโกรธใดๆได้เพราะเขาไม่มีผู้สนับสนุนเช่นเชวฮัน
“พวกเขาอาจใช้เส้นทางอื่น แล้วทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกครั้งมันอาจจะทำร้ายผู้อื่นได้อีก ข้าจะปล่อยให้มันเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร”
“เชวฮัน”
คาร์ลเพิ่มแรงลงไปบนไหล่ของเชวฮันที่เขาจับไว้
“ใจเย็นๆ”
รูม่านตาสีดำของเชวฮันจ้องมองมาที่คาร์ลและคาร์ลสามารถมองเห็นความโกรธในม่านตานั้นได้มันไม่ได้เป็นความโกรธกับเรื่องนี้เท่านั้น แต่มันยังมีเรื่องราวของหมู่บ้านแฮร์ริสอีกด้วย ก่อนที่เขาจะค่อยๆสงบลง
หลังจากแน่ใจว่าเชวฮันได้สงบลงแล้วเขาจึงหันมามองเวเนี่ยน สแตน อีกครั้ง
ผมสีบลอนด์ที่สวยงามและรอยยิ้มน้อยๆที่ประดับอยู่บนริมฝีปากของเขา เครื่องแต่งกายที่สมบูรณ์แบบถูกรีดโดยไม่มีรอยยับแม้แต่รอยเดียว รองเท้าบู๊ทก็ไม่ร่องรอยขูดขีดแม้แต่รอยเดียวเช่นกัน อย่างไรก็ตามสิ่งที่ดึงดูดสายตาของคาร์ลได้คือจุดสีแดงเล็กน้อยที่ติดอยู่ปลายเสื้อสีขาวของเวเนี่ยน
‘มีเลือดจากบางสิ่งกระเด็นมาโดนเขา น่าจะเป็นตอนที่หมอนี่เพลินเพลินไปกับการเฝ้าดูมังกรดำที่ถูกทรมาน’
ไอ้บ้า เวเนี่ยน สแตน คนนี้เป็นคนที่ชื่นชอบทานอาหารของเขาขณะนั่งดูมังกรดำถูกทรมานจนตัวของมันเต็มไปด้วยเลือด
“ยินดีที่ได้รู้จัก...ท่านเป็นใครจากตระกูลเฮนิตัสหรือ?”
“ใช่...ยินดีที่ได้พบท่านเช่นกัน นายน้อยเวเนี่ยน สแตน”
ตามที่คาดไว้อีกฝ่ายรู้เรื่องของตน เวเนี่ยนไม่ใช่คนที่มีชีวิตหรือคุณสมบัติที่เหมาะสมกับตำแหน่งทายาท ปัญหาคือเขาค่อนข้างเป็นคนหยาบคาย
“อืม....”
เวเนี่ยน สแตน เป็นคนที่ส่งยิ้มให้คุณได้อย่างอ่อนโยนแต่คุณก็ยังไม่รู้สึกอะไรหรอก นอกจากจะมีแต่ความรังเกียจเขา
“ข้าไม่ได้มีเหตุผลอะไรที่จะมาที่นี่และก็ไม่ค่อยจะรู้เรื่องอะไรมากนัก แต่ข้าได้ยินมาว่ามีบางคนในตระกูล เฮนิตัสที่ค่อนข้างเป็นตัวของตัวเองและก็ไม่ได้เป็นขุนนาง”
เวเนี่ยนยิ้มขณะที่เขาลอบสังเกตคาร์ลไปด้วย
‘มันดูน่ารำคาญเล็กน้อยราวกับว่าหมอนี่ต้องการจะเริ่มอะไรบางอย่าง’
“ข้าได้ยินมาว่านายน้อยบาเซ็น เฮนิตัสได้เข้าร่วมประชุมกับเหล่าขุนนางเมื่อปีก่อน”
‘แล้วทำไมต้องถามในเรื่องที่ตัวเองรู้อยู่แล้ว’
คาร์ลไม่ได้มีพรสวรรค์ในการสนทนาเช่นนี้ นั่นเป็นเหตุผลให้เขายิ้มอย่างสดใสและตอบอย่างสุภาพ
“ใช่ ข้าคือขยะไร้ค่าผู้นั้น...”
ขยะ ช่วงเวลาที่คำพูดนั้นออกมาจากปากคาร์ล ข้ารับใช้ของเวเนี่ยนถึงกับสะดุ้งไปเล็กน้อย
“ก็คงจะเป็นเศษขยะที่ไร้ค่าสักอย่างในถังขยะนั่นกระมัง”
มุมปากของเวเนี่ยนกระตุกเล็กน้อย การแสดงออกของเขาดูเหมือนจะบอกว่าไม่เคยเห็นคนบ้ามาก่อนแต่คาร์ลไม่ได้สนใจแต่อย่างใด
มาร์ควิสสแตนเป็นคนที่มีอำนาจมากพอที่จะเป็นผู้นำของทุกฝ่ายได้แต่สำหรับเวเนี่ยนไม่ใช่เช่นนั้น เขาไม่สามารถจะได้การยอมรับจากขุนนางคนอื่นได้จนกว่าเขาจะถูกแต่งตั้งให้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งมาร์ควิสใน อนาคตอย่างเป็นทางการ
ตำแหน่งมมาร์ควิสโดยปกติแล้วจะต้องมีการประกาศอย่างเป็นทางการว่าเด็กคนใดได้ถูกรับเลือกเป็นผู้สืบทอดเพื่อที่จะให้การคุ้มครองเด็กคนนั้นเช่นเดียวกับที่จะต้องสร้างเครือข่ายของพวกเขาตั้งแต่อายุยังน้อย อย่างไรก็ตามมาร์ควิสสแตนไม่ได้ทำเช่นนั้น
‘ยังมีเด็กอีกสามคน’
เวเนี่ยนมีน้องสาวสองคนและน้องชายอีกหนึ่งคน มาร์ควิสชอบดูการแข่งขันระหว่างพี่น้องเช่นเดียวกับที่เวเนี่ยนชื่นชอบการดูมังกรดำที่ถูกทรมานเพื่อผ่อนคลายความเครียดจากการแข่งขันกับพี่น้องของตน มาร์ควิสจะพิจารณาการแข่งขันของลูกๆว่าเป็นการเล่นสนุกที่น่าตื่นเต้นเพียงใด และการที่บุตรชายคนโตต้องพิการลงก็เป็นผลมาจากการแข่งขันนี้เช่นกัน
มันเป็นตระกูลที่บ้าคลั่งมาก
ตระกูลเฮนิตัสของเราเป็นที่ตระกูลที่ยอดเยี่ยมมากหากต้องเปรียบเทียบกับตระกูลบ้าคลั่งนั่น
“เจ้าเป็นคนที่น่าสนใจมาก”
เวเนี่ยนเพิ่งมีปฏิกิริยาตอบรับกับคำตอบของคาร์ล
ท่านเคานต์ผู้มั่งคั่งที่อยู่ในเขตชานเมืองอันห่างไกลทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือโดยไม่ได้เข้าพวกกับฝ่ายใด ใครบ้างที่จะไม่อยากกระชับความสัมพันธ์กับตระกูลนี้?ใครๆก็มีความโลภที่อยากครอบครองอาณาเขตนี้เป็นของตนกันทั้งนั้น
แต่สำหรับเวเนี่ยนไม่เป็นเช่นนั้น เขาไม่ชอบคาร์ลที่เป็นเพียงขยะไร้ค่าบุตรชายคนโตของท่านเคานต์ที่มีน้องชายที่เฉลียวฉลาดและเก่งกาจมากกว่า เขาคิดว่าความสัมพันธ์ระหว่างคาร์ลและบาเซ็นก็คงเหมือนกับความสัมพันธ์ของเขากับพี่ชายเช่นกัน
แต่ถึงอย่างนั้นเวเนี่ยนก็เก็บรักษาอาการของขุนนางชั้นสูงก่อนจะมอบหน้าที่ให้คาร์ลเป็นคนจัดการในเรื่องนี้
“อุปสรรคที่ไม่คาดคิดทำให้ข้าเสียเวลาเป็นอย่างมาก แต่ข้าก็ยังคิดว่านับเป็นเรื่องดีที่ทำให้ข้าได้มารู้จักกับท่าน นายน้อยคาร์ล เฮนิตัส”
‘อุปสรรคที่ไม่คาดคิด’เขาหมายถึงชายชราคนนั้น เขารู้สึกผิดหวังกับความจริงที่ว่าเวลาของเขาเสียไปเพราะชายชราผู้นี้และอยากจะจบเรื่องนี้ด้วยความสุข
"ดูเหมือนว่าท่านจะต้องสอนผู้ใต้บังคับบัญชาให้เห็นความแตกต่างระหว่างคนที่มีสิทธิ์ที่จะเดินทางข้ามเส้นทางไปมายังดินแดนนี้และคนที่มีสิทธิ์ที่จะทำให้พวกเขาต้องหยุดลง"
ในฐานะผู้สืบทอดอย่างไม่เป็นทางการของมาร์ควิสสแตนซึ่งใครๆก็ต่างรู้จักกันเป็นอย่างดี เขาคิดว่านี่คงเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เขาจะทำให้ขยะไร้ค่าจากตระกูลเคานต์เฮนิตัสได้ น้ำเสียงของเขาบ่งบอกว่าถึงทั้งสองจะเป็นนายน้อยเช่นเดียวกันแต่สถานะของคนทั้งคู่ก็แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
แน่นอนว่าคาร์ลกำลังฟังอย่างเงียบๆแต่เขาไม่ใช่คนที่จะให้ความสนใจกับการเล่นตลกของสุนัขเท่าใดนัก
เวเนี่ยนเสร็จสิ้นสิ่งที่เขาต้องการจะพูดและมองไปยังคนที่สมควรจะอึดอัดที่สุดในกลุ่มนั่น
พลั่ก! ชายชราคุกเข่าลงบนพื้นดินอย่างแรงเมื่อเห็นว่าเวเนี่ยนมองมาที่ตน
“.......เอ่อ.....ข้าน้อยขอโทษขอรับ”
มือของชายชราคู่นั้นถูกวางไปที่พื้นดินพร้อมกับศีรษะของเขาที่โขกพื้นดินส่งเสียงดังเป็นระยะ มือของ เชวฮันสั่นไหวด้วยความโกรธขณะเฝ้ามองดูชายชราคุกเข่าขอโทษ
ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในดินแดนแต่ละท้องที่จะมีลักษณะเฉกเช่นเดียวกับขุนนางที่ประจำอยู่เมืองนั้น นายอำเภอของเมืองนี้เป็นสุนัขรับใช้ของตระกูลมาร์คควิสสแตน ส่งผลให้พวกเขามีอำนาจและเผด็จการต่อชาวบ้านที่นี่นัก
บทที่ 16 ออกเดินทาง 3 (1)
“นายน้อยจะออกไปไหนหรือขอรับ?”
รอนเดินเข้ามาหาเขาทันทีที่ก้าวออกจารถม้า
“แล้วใครจะไปถ้าไม่ใช่ข้า?”
รอนและรองหัวหน้าทหารองครักษ์ได้ติดตามคาร์ลซึ่งกำลังมุ่งหน้าไปยังที่เกิดเหตุอย่างไม่ลังเล ทั้งสองล้อมรอบคาร์ลราวกับว่าโลกกำลังจะถล่มในเร็วๆนี้ แต่เขาไม่ได้สนใจมัน
มีคนเดินลงจากรถม้าอีกคันอย่างช้าๆ เวเนี่ยน สแตน
คาร์ลเริ่มขมวดคิ้วอย่างขุ่นมัวเมื่อมองเห็นเขา มีเพียงบรรทัดเดียวในข้อมูลที่เขาได้มาจากบิดาเกี่ยวกับบุคลิกและนิสัยใจคอของเวเนี่ยน สแตน
[ขุนนางทั่วไปและเผด็จการ]
คาร์ล...ไม่สิ....คิมร็อกโซยังสามารถใช้ข้อมูลจากนิยายเรื่องกำเนิดวีรบุรุษเพื่อประเมินเวเนี่ยนได้อีกทางหนึ่ง
ลักษณะของตัวร้ายทั่วไปนั่นล่ะ
อย่างไรก็ตามมันเป็นเรื่องที่สามารถเกิดอาการปวดหัวได้ง่ายเมื่อเจอตัวร้ายเช่นนี้ในชีวิตจริงมากกว่าการเจอตัวร้ายแบบในนิยาย คาร์ลไม่ใช่คนที่สามารถปล่อยให้สิ่งที่เลวร้ายเกิดขึ้นได้เพียงเพราะไม่ชอบขี้หน้าใครแม้กระทั่งจะเป็นเชวฮันก็ตาม
ตอนนี้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้บานปลายไปมากกว่าเดิมเมื่อคาร์ลได้เดินมาถึงซึ่งใช้เวลาไม่นานมากนัก เขาเห็นว่าเชวฮันโกรธมากจนไหล่ของเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
“ใครใช้ให้พวกเจ้ามาขวางทางรถม้าของขุนนางด้วย ห๊ะ?”
“ให้ตายเถอะ! เจ้าพูดอะไรออกมาในเมื่อมันมีคนเจ็บ? ขวางทางงั้นเหรอ?เรื่องนี้มันเกิดขึ้นก็เพราะเจ้าที่บังคับรถม้าวิ่งเหมือนคนบ้าเช่นนั้น”
“พวกบ้านนอกก็ควรเดินออกจากทางเมื่อเห็นรถของขุนนางสิ ไม่ใช่ความผิดของพวกข้า ไอ้บ้านนอกนี่โง่เองที่มายืนอยู่กลางถนนเช่นนั้นโดยไม่ขยับหลีกทางเลยสักนิด”
เชวฮันกำลังโต้เถียงกับข้ารับใช้ของเวเนี่ยน ก่อนที่ฮันส์ที่ยืนอยู่ข้างเชวฮันจะเริ่มขมวดคิ้วมุ่นและเดินเข้ามาหาคาร์ลพร้อมกับกระซิบไปที่หูของคาร์ล
“ดูเหมือนท่านเชวฮันจะโมโหมากขอรับ”
ฮันส์ดูเหมือนจะรู้แล้วว่าเจ้าของรถม้าคันนั้นเป็นของตระกูลมาร์ควิส และก็ดูจะรู้ว่าคนที่ยืนอยู่ด้านหลังนั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก เวเนี่ยน สแตน
เจ้าโรคจิตหลงตัวเองก้าวออกมาจากรถม้าทันทีเมื่อมองเห็นสัญลักษณ์ที่อยู่บนรถม้าของตระกูลเฮนิตัส
“พอได้แล้ว....”
เวเนี่ยน ชายผมสีบลอนด์สวยพูดเบาๆกับข้ารับใช้ของตน ทันทีได้ยินคำพูดของเวเนี่ยนพวกเขาก็รีบขยับไปข้างหลังเวเนี่ยนราวกับไม่ได้มีเรื่องทะเลาะกันตั้งแต่แรก มีเพียงเฉพาะเชวฮันเท่านั้นที่ยังยืนอยู่ ลมหายใจของเขาสะท้อนเข้าออกรุนแรงก่อนจะข่มอารมณ์ตนเพื่อปลอบโยนชายชราที่กำลังหวาดกลัวอยู่
เตราะ! คาร์ลเดาะลิ้นของเขา
ข้ารับใช้นั่นดูไม่ได้โกรธจริงจัง เขาสามารถมองเห็นรถม้าของคาร์ลที่อยู่ไม่ไกลนักซึ่งเหมือนกับเวเนี่ยนที่มองเห็นสัญลักษณ์เต่าทองบนรถม้าของคาร์ลได้อย่างชัดเจน จึงทำให้ข้ารับใช้นั่นพูดเกินจริงและส่งเสียงดังเกินความจำเป็นเพื่อที่จะให้คาร์ลออกไปยังที่เกิดเหตุ ฮันส์รู้ว่าข้ารับใช้นั่นจะทำอะไร ฮึ!อยากหาเรื่องนายข้ารึไงและนั่นทำให้เขาขมวดคิ้วมุ่นเพื่อรอการมาถึงของคาร์ล
คาร์ลจ้องมองไปที่เวเนี่ยนและข้ารับใช้ของเขาก่อนที่จะจับไปที่ไหล่ของเชวฮัน
“เจ้าก็ด้วย...”
“แต่!......”
คาร์ลรู้ว่าทำไมเชวฮันถึงโกรธ หมู่บ้านแห่งนี้มีความคล้ายคลึงกับหมู่บ้านแฮร์ริสซึ่งเป็นบ้านหลังที่สองของเขา เชวฮันโกรธกับความจริงที่ว่าคนเหล่านี้ทำให้ชีวิตของคนอื่นตกอยู่ในอันตรายแต่ไม่ได้มีความสำนึกผิดหรือคิดจะขอโทษเลยสักคำ
อย่างไรก็ตามเหยื่อของเหตุการณ์ในครั้งนี้คือชายชราเขาไม่สมารถแสดงอาการโกรธใดๆได้เพราะเขาไม่มีผู้สนับสนุนเช่นเชวฮัน
“พวกเขาอาจใช้เส้นทางอื่น แล้วทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกครั้งมันอาจจะทำร้ายผู้อื่นได้อีก ข้าจะปล่อยให้มันเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร”
“เชวฮัน”
คาร์ลเพิ่มแรงลงไปบนไหล่ของเชวฮันที่เขาจับไว้
“ใจเย็นๆ”
รูม่านตาสีดำของเชวฮันจ้องมองมาที่คาร์ลและคาร์ลสามารถมองเห็นความโกรธในม่านตานั้นได้มันไม่ได้เป็นความโกรธกับเรื่องนี้เท่านั้น แต่มันยังมีเรื่องราวของหมู่บ้านแฮร์ริสอีกด้วย ก่อนที่เขาจะค่อยๆสงบลง
หลังจากแน่ใจว่าเชวฮันได้สงบลงแล้วเขาจึงหันมามองเวเนี่ยน สแตน อีกครั้ง
ผมสีบลอนด์ที่สวยงามและรอยยิ้มน้อยๆที่ประดับอยู่บนริมฝีปากของเขา เครื่องแต่งกายที่สมบูรณ์แบบถูกรีดโดยไม่มีรอยยับแม้แต่รอยเดียว รองเท้าบู๊ทก็ไม่ร่องรอยขูดขีดแม้แต่รอยเดียวเช่นกัน อย่างไรก็ตามสิ่งที่ดึงดูดสายตาของคาร์ลได้คือจุดสีแดงเล็กน้อยที่ติดอยู่ปลายเสื้อสีขาวของเวเนี่ยน
‘มีเลือดจากบางสิ่งกระเด็นมาโดนเขา น่าจะเป็นตอนที่หมอนี่เพลินเพลินไปกับการเฝ้าดูมังกรดำที่ถูกทรมาน’
ไอ้บ้า เวเนี่ยน สแตน คนนี้เป็นคนที่ชื่นชอบทานอาหารของเขาขณะนั่งดูมังกรดำถูกทรมานจนตัวของมันเต็มไปด้วยเลือด
“ยินดีที่ได้รู้จัก...ท่านเป็นใครจากตระกูลเฮนิตัสหรือ?”
“ใช่...ยินดีที่ได้พบท่านเช่นกัน นายน้อยเวเนี่ยน สแตน”
ตามที่คาดไว้อีกฝ่ายรู้เรื่องของตน เวเนี่ยนไม่ใช่คนที่มีชีวิตหรือคุณสมบัติที่เหมาะสมกับตำแหน่งทายาท ปัญหาคือเขาค่อนข้างเป็นคนหยาบคาย
“อืม....”
เวเนี่ยน สแตน เป็นคนที่ส่งยิ้มให้คุณได้อย่างอ่อนโยนแต่คุณก็ยังไม่รู้สึกอะไรหรอก นอกจากจะมีแต่ความรังเกียจเขา
“ข้าไม่ได้มีเหตุผลอะไรที่จะมาที่นี่และก็ไม่ค่อยจะรู้เรื่องอะไรมากนัก แต่ข้าได้ยินมาว่ามีบางคนในตระกูล เฮนิตัสที่ค่อนข้างเป็นตัวของตัวเองและก็ไม่ได้เป็นขุนนาง”
เวเนี่ยนยิ้มขณะที่เขาลอบสังเกตคาร์ลไปด้วย
‘มันดูน่ารำคาญเล็กน้อยราวกับว่าหมอนี่ต้องการจะเริ่มอะไรบางอย่าง’
“ข้าได้ยินมาว่านายน้อยบาเซ็น เฮนิตัสได้เข้าร่วมประชุมกับเหล่าขุนนางเมื่อปีก่อน”
‘แล้วทำไมต้องถามในเรื่องที่ตัวเองรู้อยู่แล้ว’
คาร์ลไม่ได้มีพรสวรรค์ในการสนทนาเช่นนี้ นั่นเป็นเหตุผลให้เขายิ้มอย่างสดใสและตอบอย่างสุภาพ
“ใช่ ข้าคือขยะไร้ค่าผู้นั้น...”
ขยะ ช่วงเวลาที่คำพูดนั้นออกมาจากปากคาร์ล ข้ารับใช้ของเวเนี่ยนถึงกับสะดุ้งไปเล็กน้อย
“ก็คงจะเป็นเศษขยะที่ไร้ค่าสักอย่างในถังขยะนั่นกระมัง”
มุมปากของเวเนี่ยนกระตุกเล็กน้อย การแสดงออกของเขาดูเหมือนจะบอกว่าไม่เคยเห็นคนบ้ามาก่อนแต่คาร์ลไม่ได้สนใจแต่อย่างใด
มาร์ควิสสแตนเป็นคนที่มีอำนาจมากพอที่จะเป็นผู้นำของทุกฝ่ายได้แต่สำหรับเวเนี่ยนไม่ใช่เช่นนั้น เขาไม่สามารถจะได้การยอมรับจากขุนนางคนอื่นได้จนกว่าเขาจะถูกแต่งตั้งให้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งมาร์ควิสใน อนาคตอย่างเป็นทางการ
ตำแหน่งมมาร์ควิสโดยปกติแล้วจะต้องมีการประกาศอย่างเป็นทางการว่าเด็กคนใดได้ถูกรับเลือกเป็นผู้สืบทอดเพื่อที่จะให้การคุ้มครองเด็กคนนั้นเช่นเดียวกับที่จะต้องสร้างเครือข่ายของพวกเขาตั้งแต่อายุยังน้อย อย่างไรก็ตามมาร์ควิสสแตนไม่ได้ทำเช่นนั้น
‘ยังมีเด็กอีกสามคน’
เวเนี่ยนมีน้องสาวสองคนและน้องชายอีกหนึ่งคน มาร์ควิสชอบดูการแข่งขันระหว่างพี่น้องเช่นเดียวกับที่เวเนี่ยนชื่นชอบการดูมังกรดำที่ถูกทรมานเพื่อผ่อนคลายความเครียดจากการแข่งขันกับพี่น้องของตน มาร์ควิสจะพิจารณาการแข่งขันของลูกๆว่าเป็นการเล่นสนุกที่น่าตื่นเต้นเพียงใด และการที่บุตรชายคนโตต้องพิการลงก็เป็นผลมาจากการแข่งขันนี้เช่นกัน
มันเป็นตระกูลที่บ้าคลั่งมาก
ตระกูลเฮนิตัสของเราเป็นที่ตระกูลที่ยอดเยี่ยมมากหากต้องเปรียบเทียบกับตระกูลบ้าคลั่งนั่น
“เจ้าเป็นคนที่น่าสนใจมาก”
เวเนี่ยนเพิ่งมีปฏิกิริยาตอบรับกับคำตอบของคาร์ล
ท่านเคานต์ผู้มั่งคั่งที่อยู่ในเขตชานเมืองอันห่างไกลทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือโดยไม่ได้เข้าพวกกับฝ่ายใด ใครบ้างที่จะไม่อยากกระชับความสัมพันธ์กับตระกูลนี้?ใครๆก็มีความโลภที่อยากครอบครองอาณาเขตนี้เป็นของตนกันทั้งนั้น
แต่สำหรับเวเนี่ยนไม่เป็นเช่นนั้น เขาไม่ชอบคาร์ลที่เป็นเพียงขยะไร้ค่าบุตรชายคนโตของท่านเคานต์ที่มีน้องชายที่เฉลียวฉลาดและเก่งกาจมากกว่า เขาคิดว่าความสัมพันธ์ระหว่างคาร์ลและบาเซ็นก็คงเหมือนกับความสัมพันธ์ของเขากับพี่ชายเช่นกัน
แต่ถึงอย่างนั้นเวเนี่ยนก็เก็บรักษาอาการของขุนนางชั้นสูงก่อนจะมอบหน้าที่ให้คาร์ลเป็นคนจัดการในเรื่องนี้
“อุปสรรคที่ไม่คาดคิดทำให้ข้าเสียเวลาเป็นอย่างมาก แต่ข้าก็ยังคิดว่านับเป็นเรื่องดีที่ทำให้ข้าได้มารู้จักกับท่าน นายน้อยคาร์ล เฮนิตัส”
‘อุปสรรคที่ไม่คาดคิด’เขาหมายถึงชายชราคนนั้น เขารู้สึกผิดหวังกับความจริงที่ว่าเวลาของเขาเสียไปเพราะชายชราผู้นี้และอยากจะจบเรื่องนี้ด้วยความสุข
"ดูเหมือนว่าท่านจะต้องสอนผู้ใต้บังคับบัญชาให้เห็นความแตกต่างระหว่างคนที่มีสิทธิ์ที่จะเดินทางข้ามเส้นทางไปมายังดินแดนนี้และคนที่มีสิทธิ์ที่จะทำให้พวกเขาต้องหยุดลง"
ในฐานะผู้สืบทอดอย่างไม่เป็นทางการของมาร์ควิสสแตนซึ่งใครๆก็ต่างรู้จักกันเป็นอย่างดี เขาคิดว่านี่คงเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เขาจะทำให้ขยะไร้ค่าจากตระกูลเคานต์เฮนิตัสได้ น้ำเสียงของเขาบ่งบอกว่าถึงทั้งสองจะเป็นนายน้อยเช่นเดียวกันแต่สถานะของคนทั้งคู่ก็แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
แน่นอนว่าคาร์ลกำลังฟังอย่างเงียบๆแต่เขาไม่ใช่คนที่จะให้ความสนใจกับการเล่นตลกของสุนัขเท่าใดนัก
เวเนี่ยนเสร็จสิ้นสิ่งที่เขาต้องการจะพูดและมองไปยังคนที่สมควรจะอึดอัดที่สุดในกลุ่มนั่น
พลั่ก! ชายชราคุกเข่าลงบนพื้นดินอย่างแรงเมื่อเห็นว่าเวเนี่ยนมองมาที่ตน
“.......เอ่อ.....ข้าน้อยขอโทษขอรับ”
มือของชายชราคู่นั้นถูกวางไปที่พื้นดินพร้อมกับศีรษะของเขาที่โขกพื้นดินส่งเสียงดังเป็นระยะ มือของ เชวฮันสั่นไหวด้วยความโกรธขณะเฝ้ามองดูชายชราคุกเข่าขอโทษ
ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในดินแดนแต่ละท้องที่จะมีลักษณะเฉกเช่นเดียวกับขุนนางที่ประจำอยู่เมืองนั้น นายอำเภอของเมืองนี้เป็นสุนัขรับใช้ของตระกูลมาร์คควิสสแตน ส่งผลให้พวกเขามีอำนาจและเผด็จการต่อชาวบ้านที่นี่นัก
มุมปากของเวเนี่ยนถูกยกขึ้นด้วยความพึงพอใจ หลังจากสังเกตเวเนี่ยนแล้วคาร์ลจึงเรียกเขาอีกครั้ง
“นายน้อยเวเนี่ยน”
เมื่อเวเนี่ยนหันศีรษะกลับมามองที่ตน คาร์ลจึงเอ่ยถามเขาอีกครั้ง
“เสร็จเรียบร้อยแล้วหรือไม่?”
“อืม....เป็นเช่นนั้น”
คาร์ลค่อยๆคุกเข่าของตนลงเบื้องหน้าชายชรา เสื้อผ้าราคาแพงของเขาเริ่มสัมผัสไปที่พื้นดิน จากนั้นเขาก็เอื้อมมือไปจับมือที่สั่นเทาของชายชราคู่นั้น
‘มันจะเป็นอันตรายถ้าเรื่องนี้ยังคงดำเนินต่อไป’
คาร์ลมั่นใจว่าเขาได้ยินมัน
“เฮือกกกกกกกกก ~.........”
เสียงของเชวฮันหายใจลึกยาวนั่นเป็นเสียงที่แสดงว่าความโกรธของเขาทวีความรุนแรงมากขึ้น ช่วงเวลาที่คาร์ลได้ยินเขารู้สึกขนลุกชันไปทั่วลำคอ ถ้ายังปล่อยให้เรื่องนี้ดำเนินต่อไปคนที่จะโดนอัดจนน่วมจะไม่ใช่เขาแต่จะเป็นเจ้าโรคจิตเวเนี่ยนอย่างแน่นอน มันไม่สำคัญว่าเขาจะเอาชนะเวเนี่ยนหรือไม่? แต่เชวฮันไม่สามารถที่จะชกต่อยทำร้ายร่างกายลูกขุนนางได้ในตอนที่เขายังอยู่ในความดูแลของตนเช่นนี้
คาร์ลเอามือของตนไปจับที่ไหล่ของชายชราเบาๆ คิ้วของเวเนี่ยนเริ่มขมวดมุ่นด้วยความไม่พอใจมือลูก ขุนนางไปวางไว้บนไหล่ชาวบ้าน ‘ฮึ!’
“ท่านผู้เฒ่า”
ชายชราดูเหมือนจะตกใจมากในขณะที่เขาเงยหน้าขึ้นมามองที่ใบหน้าของคาร์ล
“.....เอ่ออ......ขอรับ ขอรับ?.......”
คาร์ลเอ่ยถามขึ้นโดยไม่ตั้งใจ
“ร้านเหล้าอยู่ที่ใด?”
“อะไรนะขอรับ?”
“ข้าจะได้รับรสชาติแสนอร่อยของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้จากที่ใด? ดังที่ท่านผู้เฒ่าได้ยินข้าเป็นเพียงขยะ ข้ารู้สึกไม่สดชื่นเท่าใดนักหากไม่ได้ดื่มมัน ข้าต้องแน่ใจว่าการดื่มจะทำให้วันพรุ่งนี้เป็นวันที่ยิ่งใหญ่อีกวันหนึ่ง ดังนั้น................................”
คาร์ลพยายามพยุงร่างของชายชราขึ้น เวเนี่ยนลอบสังเกตและตัดสินคาร์ลอย่างเงียบๆพลางส่ายหัวหลังจากได้ยินคาร์ลกล่าวถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
“นำทางให้ข้าที...”
แววตาของชายชราที่ส่งมาให้เขามีแต่ความสั่นระริก ทำให้คาร์ลรู้สึกหน้าตึงด้วยความโมโหเล็กน้อย
“ท่านจะไม่ลุกขึ้น?”
ชายชรายังคงลังเลและมองไปมาระหว่างเวเนี่ยนกับคาร์ล คาร์ลไม่ได้สนใจกับอาการนั่นก่อนจะลุกขึ้นและดึงมือของตนออกจากไหล่ของชายชราไปยื่นไว้ต่อหน้าเวเนี่ยน
“วันนี้ถือเป็นวันที่ดีที่เราได้พบกัน นายน้อยเวเนี่ยน”
คาร์ลกำลังต้องการขอจับมือเขา
เวเนี่ยนยังคงยืนเงียบและมองไปที่คาร์ล ในขณะนั้นข้ารับใช้ของเวเนี่ยนจึงเข้ามาหาเขาอย่างเร่งรีบก่อนจะกระซิบบอกอย่างเงียบๆแต่มันก็ดังพอที่ทุกคนจะได้ยิน
“นายน้อยเราเสียเวลามากแล้วขอรับ”
“........อย่าขัดการสนทนาระหว่างขุนนางสิ.........”
เวเนี่ยนมองไปที่ข้ารับใช้โดยไม่มีรอยยิ้มบนใบหน้า ก่อนที่ข้ารับใช้จะโค้งคำนับให้อย่างรวดเร็ว เวเนี่ยนยิ้มอีกครั้งขณะคว้ามือของคาร์ลไปจับ
“ข้าต้องขอตัวก่อน ช่วงนี้ข้ายุ่งมาก”
จากนั้นก็ปล่อยมือทันที เป็นการจับมือที่สั้นมาก คาร์ลเริ่มยิ้มหวานเหมือนคนเมาเมื่อตอบกลับไป
“ถ้าเราพบกันที่เมืองหลวง...เรามาดื่มเหล้ากันเถอะ”
“ข้าไม่แน่ใจนักว่า เราสองคนอาจจะมีความชอบในสิ่งเดียวกัน”
รอยยิ้มของเวเนี่ยนเริ่มไม่พอใจนัก คาร์ลตัดสินใจที่จะทำบางสิ่งเพื่อจบการสนทนานี้
“อืม... จากการพบปะกันในวันนี้ดูเหมือนนายน้อยจะเป็นผู้ยิ่งใหญ่เพียงคนเดียวที่สมควรจะเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งของตระกูลสแตนได้ ท่านเป็นคนที่วิเศษมาก”
ผู้นำของตระกูล คำพูดนั้นทำให้ดวงตาของเขาเริ่มวาวขึ้นเล็กน้อย เป็นอย่างที่คาร์ลคาดไว้ เวเนี่ยนเริ่มกลับมายิ้มสดใสอีกครั้งและได้ให้คำชมเชยแก่คาร์ลด้วย
“นายน้อยคาร์ลท่านเป็นคนที่น่าสนใจมากและยังเป็นตัวของตัวเองยิ่งนัก ไว้เรามาเจอกันอีกครั้งในอนาคต”
‘ครั้งนี้ ฉันไม่ปรารถนาที่จะพบเจอนายอีกเลยแม้ว่าจะต้องเจอฉันก็จะหนีไปให้ไกลๆ’
คาร์ลซ่อนความรู้สึกที่แท้จริงของตนเอาไว้ก่อนจะก้มศีรษะให้แก่เวเนี่ยน ก่อนที่เวเนี่ยนจะรีบตรงไปยังรถม้าของเขาราวกับกำลังยุ่งและเร่งรีบเป็นอย่างมาก
คาร์ลมองดูรถม้าที่ค่อยๆหายไปจากสายตา ก่อนที่จะยื่นมือมาตบที่ไหล่ของเชวฮันเบาๆ
“ครึ่งหนึ่งของขุนนางมักเป็นเช่นนั้น....”
ไหล่ของเชวฮันสะดุ้งขึ้นเล็กน้อยกับคำพูดที่ราบเรียบของคาร์ลแต่ตอนนี้คาร์ลก้มลงไปหาชายชราอีกครั้ง
“ท่านผู้เฒ่า ท่านไม่สามารถลุกได้?หรือท่านบาดเจ็บที่ขาของท่านหรือไม่?”
ปั่ด ปั่ด!!!!!
คาร์ลตรวจร่างกายของชายชราตามที่ตนได้สงสัยไว้ เขาดูเหมือนไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ คาร์ลเริ่มสังเกตเห็นคนที่กำลังสับสนวุ่นวายใจ ก่อนจะเอ่ยเรียกเชวฮันออกไป
“เชวฮัน”
แทนที่จะเอ่ยตอบใดๆ เชวฮันเพียงแค่มองไปที่ด้านหลังของคาร์ลที่กำลังคุกเข่าอยู่ข้างๆชายชราเท่านั้น
“เจ้าพาท่านผู้เฒ่าไปส่งบ้านที”
“ไม่ขอรับ ข้าไม่เป็นไร ข้าจะพาท่านไปร้านเหล้าที่ท่านพูดถึง” ชายชราเอ่ยขึ้นอย่างรวดเร็ว
“ไม่จำเป็น ข้าไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่อยากดื่มนัก”
คาร์ลหยุดชายชราจากการที่จะพาเขาไปร้านเหล้าและมองตรงไปที่เชวฮันที่ยืนอยู่ข้างๆเขา
“ด้วยเหตุนี้เจ้าก็สามารถช่วยชีวิตเขาไว้ได้ ไม่ว่าจะใช้วิธีใดก็ตามเจ้าก็สามารถพาเขาไปส่งที่บ้านได้อย่างปลอดภัย”
ปากของเชวฮันขยับเปิดและปิดสลับกันไปมาแต่ไม่สามารถที่จะเอื้อนเอ่ยอะไรออกมาได้ เป็นขณะเดียวกันที่ชายชราพูดด้วยเสียงที่ดังขึ้นเต็มสองหูของคาร์ล
“สถานที่ที่ข้าน้อยอยู่เป็นร้านเหล้าขอรับ”
“ฮืม? ท่านผู้เฒ่าบ้านของท่านเปิดร้านขายเหล้ารึ?”
แววตาของคาร์ลแสดงให้เห็นว่าเขารู้สึกประหลาดใจจริงๆ ชายชรายิ้มอย่างงุ่มง่าม แต่ยังคงพูดด้วยความรู้สึกผ่อนคลายขึ้น
“ขอรับนายท่าน...มันเป็นโรงแรมแห่งเดียวของหมู่บ้านนี้ มีทั้งเหล้าและอาหารอีกด้วยขอรับ”
“ในเมื่อมันเป็นโรงแรมที่เดียวของที่นี่ ก็ต้องเป็นที่ที่ดีที่สุดนะสิ ฮันส์!......”
ฮันส์รีบเดินเข้ามาหาชายชราและช่วยพยุงเขาขึ้นก่อนที่จะเอ่ยถามเกี่ยวกับที่พัก เมื่อทั้งสองคนเริ่มขยับสิ่งต่างๆรอบตัวก็เริ่มกลับมาปกติเช่นกัน
รอนรีบเดินเข้ามาใกล้คาร์ลและปัดสิ่งสกปรกออกจากเสื้อผ้าของคาร์ล ก่อนที่เขา รองหัวหน้าองครักษ์และคนอื่นๆจะมุ่งหน้าเข้าไปยังหมู่บ้าน มีเพียงแค่คาร์ลและเชวฮันเท่านั้นที่เหลืออยู่
“.......ท่านคาร์ล”
“อะไร?”
“ท่านไม่โกรธหรือ?”
“เรื่องอะไร?”
เชวฮันลังเลอยู่ครู่หนึ่งและไม่สามารถพูดอะไรต่อได้ คาร์ลยักไหล่ของเขาขณะเริ่มพูด
“เรื่องที่ว่าเจ้านั่นดูถูกข้า?หรือจะเรื่องที่เจ้านั่นทำตัวแบบนั้นกับเจ้า?หรือเรื่องที่เจ้านั่นแทบจะฆ่าท่านผู้เฒ่าก่อนที่เขาจะคุกเข่าขอโทษว่าเป็นคนขวางทางของเจ้านั่น?”
เสียงของคาร์ลสงบและมั่นคง เขาได้ได้โกรธอะไรเลยแม้แต่สนใจสักนิดก็ไม่มี และพูดต่อไป
“เจ้าต้องลงมือเมื่อเขายืนอยู่ต่อหน้าเจ้าด้วยหรือ?ทำไมเจ้าไม่พยายามที่จะหลีกเลี่ยงเขา?เจ้ารู้หรือไม่ว่าเจ้ากำลังอาจจะทำร้ายท่านผู้เฒ่าได้?เจ้าจะรู้ได้อย่างไรว่าวิธีที่เจ้าจะใช้มันจะทำให้เขารอดจากความตายได้?”
เชวฮันยังคงจ้องมองคาร์ลด้วยความสนใจผู้ที่กำลังจ้องมองไปยังภูเขาสูงที่ห่างไกล ในขณะเดียวกันเขาก็เห็นด้วยกับสิ่งที่คาร์ลพูดทุกๆคำ คาร์ลยังคงพูดต่อไปอย่างหนักแน่น
“เวเนี่ยน.....ทำไมท่านผู้เฒ่าจะต้องของโทษเจ้า? เจ้าต่างหากที่ต้องขอโทษเขา”
คาร์ลสามารถพูดเหมือนเชวฮันได้และมีบางครั้งที่เขาก็อยากทำเช่น?