px

เรื่อง : War Sovereign Soaring The Heavens
บทที่ 48 เฒ่าประมง...ได้กำไรแต่เพียงผู้เดียว


คืนวันเดียวกันนั้น..หลังจากหลิงเทียนรับประทานอาหารเสร็จ เขาก็กลับไปนนพักผ่อนเล็กน้อยที่ห้องพัก ก่อนที่จะลุกขึ้นมาเตรียมอุปกรณ์ เพื่อบ่มเพาะร่างกาย

เมื่อเขาเทโอสถน้ำบ่มเพาะร่างกาย 7 กระบวนลงในถังน้ำเรียบร้อยแล้ว เขาก็กลืนเม็ดยาเพลิงอัสนีลงไปก่อนที่จะ ถอดเสื้อผ้าแล้วลงไปแช่ทั้งตัว ...หลิงเทียนหลับตาบ่มเพาะอยู่ภายในถังไม้เงียบๆ

9 มังกรจักรพรรดิสงคราม รูปแบบอสรพิษ!

การดูดซับฤทธิ์โอสถน้ำบ่มเพาะร่างกาย 7 กระบวนนั้น ทำให้หลิงเทียนได้สัมผัสถึง พลังงานต้นกำเนิดที่ไหลเวียนผ่านเส้นเลือดและเส้นพลังของเขา พวกมันกำลังเติบโตขึ้นอย่างช้าๆ ในที่สุดเมื่อเวลาผ่านไปหลิงเทียนก็ดูดซับโอสถจนหมดสิ้น ...

เมื่อเขาดูดซับฤทธิ์โอสถน้ำบ่มเพาะร่างกาย 7 กระบวนหมดสิ้นเขาก็ลืมตาขึ้นมา แต่ทว่าในแววตากลับเต็มไปด้วยความประหลาดใจ

"เกิดอะไรขึ้นกันแน่? ทำไมข้ายังไม่ตัดผ่านอีก "

หลิงเทียนได้แต่ยืนคิ้วขมวดด้วยความฉงนใจ

ในช่วงเวลาก่อนครึ่งเดือนหลังมานี้ ทุกๆครั้งที่เขาดูดซับโอสถน้ำบ่มเพาะร่างกาย 7 กระบวน เขาสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ที่กำลังจะยกระดับอยู่ตลอดเวลา ราวกับเขาใกล้ถึงเวลาที่จะตัดผ่านไปยังระดับต่อไปได้ทุกเมื่อ

แต่ทุกครั้งที่เขาบ่มเพาะเสร็จมันกลับไม่สามารถตัดผ่านไปได้ มันเหมือนมีอะไรผิดพลาดไปสักอย่าง

"หรือว่าจะเป็นเพราะ มีกระบวนการอะไรบางอย่างที่ข้ายังไม่รู้เกี่ยวกับวิธีบ่มเพาะร่างกายตามวิชา 9 มังกรจักรพรรดิสงครามรูปแบบอสรพิษกันแน่?"

เมื่อฉุกคิดขึ้นมาได้ หลิงเทียนก็รีบค้นหาในความทรงจำของจักรพรรดิ2ชาติภพทันที

เขาเร่งหาคำตอบอย่างเต็มที่!

“บัดซบเอ๊ย!”

อดไม่ได้ที่ต้วนหลิงเทียนจะสบถออกมา

กลับกลายเป็นว่าจักรพรรดิกลับชาติมาเกิดนั้นได้ปรับปรุงและเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับ วิธีบ่มเพาะวิชา 9มังกรจักรพรรดิสงครามรูปแบบอสรพิษ เขายกระดับมันจนกลายเป็น 9 มังกรจักรพรรดิสงครามรูปแบบพญาอสรพิษ ...

ตามการวิเคราะห์และทฤษฎีใหม่ที่จักรพรรดิกลับชาติมาเกิดได้ปรับปรุงและบันทึกเอาไว้ การบ่มเพาะของหลิงเทียนที่กำลังฝึกฝนอยู่ตอนนี้ มันจะให้ผลลัพธ์ ความแข็งแกร่งและพละกำลังระดับ ช้างแมมมอธโบราณถึง 3 ตัว เมื่อเขาตัดผ่านไปยังระดับบ่มเพาะร่างกายขั้นที่ 9!

ความแข็งแกร่งและพละกำลังระดับช้างแมมมอธโบราณ 3 ตัวนั้นมีมากถึง 30,000 ปอนด์

ในระดับการบ่มเพาะร่างกายขั้นที่ 8 ของหลิงเทียนนั้นมีพละกำลังเพียงแค่ 7,000 ปอนด์เท่านั้น ซึ่งก็นับว่าเหนือกว่าระดับการบ่มเพาะร่างกายขั้นที่ 8 ของผู้อื่นอยู่ถึง 2,000 ปอนด์แล้ว

แต่ทว่าในระดับที่ 9 พละกำลังของเขาจะก้าวกระโดดไปยัง 30,000ปอนด์

ต้องรู้ก่อนว่า ผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปนั้น ในระดับบ่มเพาะร่างกายขั้นที่ 9 จะมีกำลังและความแข็งแกร่งสูงสุดเพียงแค่ 10,000 ปอนด์ หรือเทียบเท่า ช้างแมมมอธโบราณเพียง 1 ตัวเท่านั้น

กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือเมื่อเขาตัดผ่านไปยังระดับการบ่มเพาะร่างกายขั้นที่ 9 ได้สำเร็จเขาจะเหนือกว่าระดับ 9 ทั่วๆไปโดยเฉลี่ย ถึง 3 เท่า

นั่นคือความแข็งแกร่งระดับ ช้างแมมมอธโบราณถึง 3 ตัว!

ผู้ฝึกตนธรรมดาจะมีพละกำลังและความแข็งแกร่งถึงขั้นนี้ได้ พวกมันจำเป็นต้องตัดผ่านไปยังระดับ ก่อกำเนิดขั้นที่ 2 ก่อนเท่านั้น

"ก็ถึงว่าเพราะเหตุใดข้ายังไม่สามารถตัดผ่านได้สักที ที่แท้เป็นเพราะเช่นนี้นี่เอง จักรพรรดิ 2 ชาติภพผู้นั้นได้พัฒนา ขั้นตอนการบ่มเพาะ 9 มังกรจักรพรรดิสงครามรูปแบบพญาอสรพิษขึ้นมานี่เอง เช่นนี้ โอสถน้ำบ่มเพาะร่างกาย 7 กระบวนที่ข้าใช้เข้าไป ก็ถูกซึมซับไปสะสมเพื่อเสริมสร้างร่างกายให้มีความแข็งแกร่งเพียงพอ ที่จะรองรับพลังระดับช้างแมมมอธโบราณถึง 3 ตัวยามที่ข้าตัดผ่านไปยังระดับการบ่มเพาะร่างกายขั้นที่ 9 สินะ"

ต้วนหลิงเทียนได้แต่หัวเราะออกมาอย่างช่วยไม่ได้

ข้าต้องอดเปรี้ยวไว้กินหวาน...

เช้าวันรุ่งขึ้น

เมื่อหลิงเทียนออกมาจากห้อง เขาก็ได้กลิ่นอาหารโชยมาเมื่อเดินมาก็พบว่ามารดาของเขาจัดเตรียมสำรับที่น่ารับประทานเอาไว้มากมาย

"ท่านแม่เหตุใดท่านดูมีความสุขนัก แล้วนี่ท่านฉลองเนื่องในโอกาสใดหรือ?"

ต้วนหลิงเทียนตกใจและสงสัยเล็กน้อย

"ลูกเทียนดูเหมือนว่าต่อไปนี้ เจ้าต้องให้เค่อเอ๋อคอยปกป้องดูแลเสียแล้ว ...เมื่อค่ำคืนที่แล้ว เค่อเอ๋อตัดผ่านไปยังระดับการบ่มเพาะร่างกายขั้นที่ 9 เรียบร้อยแล้ว หุหุ"

ลี่หลัวกระพริบตาปริบๆ ก่อนที่จะกล่าวหยอกล้อหลิงเทียนออกมา

"จริงหรือท่านแม่?!"

ต้วนหลิงเทียนตกใจอย่างมาก

"นายน้อย"

เคอเอ๋อค่อยๆเดินออกมาจากห้องของนางอย่างช้าๆ

เด็กสาวร่างบอบบางดูเหมือนจะมีเสน่ห์ และแข็งแกร่งมากขึ้นไปอีก ทั้งๆที่ผ่านมาเพียงราตรีเดียว

"ฮ่าฮ่า เค่อเอ๋อดูเหมือนว่าเจ้าคงต้องเป็นฝ่ายปกป้องข้าแล้วสิหลังจากนี้"

หลิงเทียนยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน

ความก้าวหน้าของเค่อเอ๋อ เป็นสิ่งที่หลิงเทียนคาดหวังเอาไว้อย่างมาก

ด้วยความช่วยเหลือของโอสถน้ำบ่มเพาะร่างกาย 7 กระบวน ,เม็ดยาเพลิงอัสนี อีกทั้งยังมีพรสวรรค์ตามธรรมชาติของเค่อเอ๋อ อีก หากนางไม่ตัดผ่านโดยไวสิ จักเป็นเรื่องน่าแปลกประหลาดมากกว่า

อีกทั้งวิชาบ่มเพาะ เทพกระบี่เหมันต์ นั้นก็ไม่ใช่วิชาบ่มเพาะระดับธรรมดาๆ มันนับว่าเป็นวิชาบ่มเพาะระดับสูง ไม่ธรรมดาเช่นเดียวกับ วิชาบ่มเพาะ 9 มังกรจักรพรรดิสงคราม ...

หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จ หลิงเทียนก็บอกมารดาว่าจะไปข้างนอกสักหลายวันเพื่อฝึกฝน ก่อนที่จะนำเค่อเอ๋อออกจากที่พักของตระกูลลี่ไป

คราวนี้เขาวางแผนที่จะใช้เวลาอยู่ในป่าหมอกมรณะกับเค่อเอ๋อถึง 3 วัน 2 คืน

เพื่อหล่อหลอมจิตใจของนางให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น!

"เฮ่อ...ถ้าข้ารับรู้ว่าวิชาบ่มเพาะ 9 มังกรจักรพรรดิสงครามได้ถูกพัฒนาไปเช่นนี้แล้ว ข้าคงเลือกที่จะไม่รับปากประลองกับลี่ซ่งที่งานประลองกระชับมิตรในอีกครึ่งเดือนต่อจากนี้"

ระหว่างการเดินทางไปป่าหมอกมรณะ หลิงเทียนก็ได้แต่หัวเราะออกมาอย่างอ่อนใจ

ตอนแรกนั้นเขานึกว่าเขาจะตัดผ่านไปยังระดับการบ่มเพาะร่างกายขั้นที่ 9 ก่อนที่งานประลองกระชับมิตรของทั้ง 3 ตระกูลจะเริ่มต้นขึ้น

เขาคิดว่าเมื่อถึงตอนนั้น เขาจะอยู่ในระดับการบ่มเพาะร่างกายขั้นที่ 9 และมีความแข็งแกร่งเทียบเท่าช้างแมมมอธโบราน 1 ตัวครึ่ง หรือราวๆ 15,000 ปอนด์

เมื่อเทียบกับลี่ซ่งนั่นก็หมายความว่าหลิงเทียนจะด้อยกว่ามันแค่ไม่กี่พันปอนด์เท่านั้นซึ่งจะไม่เป็นปัญหาใดๆเลย

หากเขาใช้การโจมตีกะทันหันโดยไม่ทันให้ลี่ซ่งตั้งตัว ด้วยวิชาวาดกระบี่แล้วล่ะก็ การเอาชัยจากมันก็คงไม่ยากเย็นอะไร

แต่ทว่าตอนนี้…

การตัดผ่านไปยังระดับบ่มเพาะร่างกายขั้นที่ 9 มันยังอีกไกลนัก

หากเขาต้องการมีความแข็งแกร่งของร่างกายเพียงพอที่จะตัดผ่านไปยังระดับการบ่มเพาะร่างกายขั้นที่ 9 เพื่อรองรับพลังและความแข็งแกร่งระดับช้างแมมมอธโบราณ 3 ตัวนั้น เขาต้องซึมซับโอสถน้ำบ่มเพาะร่างกาย 7 กระบวน อีกราวๆ ครึ่งปีเห็นจะได้

"นี่มันไม่ต่างอะไรกับคำว่า ถูกอัสนีบาตยามแล้งสินะ เฮ่อ...”

"นายน้อยมีอะไรหรือเจ้าค่ะ อัสนีบาตอะไรหรือ?"

เด็กสาวมองพร้อมสายตาอยากรู้อยากเห็น

"ไม่มีอะไรหรอก…."

ต้วนหลิงเทียนยิ้มแห้งๆออกมา

การเข้าป่าหมอกมรณะคราวนี้ดูราบรื่นกว่าครั้งก่อนมาก นี่คงเป็นเพราะประสบการณ์ และการปรับตัว

หลังจากที่เดินทางออกล่าสัตว์ป่าทั้งวัน หลิงเทียนและเค่อเอ๋อก็มาถึงชายป่าชั้นใน ยามพลบค่ำพอดี

สัตว์ป่าภายในบริเวณนี้นับว่าแข็งแกร่งอย่างมาก หากว่าเค่อเอ๋อไม่ได้ตัดผ่านไปยังระดับการบ่มเพาะร่างกายขั้นที่ 9 หลิงเทียนคงไม่กล้าพอที่จะนำนางมาต่อสู้หาประสบการณ์แถวนี้

วิชาท่าร่าง วิญญาณอสรพิษเคลื่อนกาย!

วิชา วาดกระบี่!

ด้วยการเคลื่อนไหวที่ราวกับพญาอสรพิษและกระบี่อ่อนที่รวดเร็ว ทำให้หลิงเทียนแทบไม่ประสบปัญหายามปะทะกับสัตว์ป่าแม้แต่น้อย

ย่างก้าวธารารินไหล!

หากเปรียบเทียบกับการเคลื่อนไหวที่น่ากลัวดุดันของหลิงเทียนแล้ว การเคลื่อนไหวของเค่อเอ๋อกลับงดงามน่าชมดูกว่ากันมาก ...

ยามค่ำคืนมาเยือนหลิงเทียนตัดสินใจตั้งที่พักกลางแจ้ง ...นี่เป็นการนอนกลางแจ้งครั้งแรกของเค่อเอ๋ออีกด้วย

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการสังหารและเป็นนักฆ่าอันดับ 1 ของโลกอย่างต้วนหลิงเทียน การนอนกลางแจ้งในป่าลึกเวลาไปปฏิบัติภารกิจมันก็ไม่ต่างอะไรกับ การนอนให้ห้องชั้นหรูของโรงแรม จะว่าไปเขาคุ้นชินกับการนอนกลางแจ้งมากกว่าด้วยซ้ำ

แต่ทว่าเค่อเอ๋อนั้นเนื่องจากเป็นครั้งแรก นางจึงกระวนกระวายและหวาดกลัวอย่างมาก ด้วยอาศัยตักที่อ่อนนุ่มของหลิงเทียนและคำปลอบโยนที่อบอุ่น ไม่นานนางก็สามารถหลับได้อย่างสบายใจ

หลิงเทียนที่เอนหลังพิงต้นไม้ เฝ้ามองเค่อเอ๋อหลับไหลอย่างสงบด้วยความสบายใจ

บางทีการใช้ชีวิตแบบนี้ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร

รุ่งอรุณของวันที่สองในป่ามาเยือน

มีเสียงหนึ่งแว่วเข้ามาในโสตประสาทของหลิงเทียน

หลิงเทียนสัมผัสได้ว่ามี คนจำนวน 7 คนกำลังเดินทางใกล้เข้ามา พวกมันมี ชาย 5 คนและ สตรี 2 คน..ไม่นานคนทั้ง 7 ก็ปรากฏในสายตาของหลิงเทียน

คนเหล่านี้นับว่ายังเป็นเด็กน้อยในสายตาหลิงเทียนอยู่มาก พวกมันมีอายุเพียง 17 -18 ปีเท่านั้นเอง

เมื่อพวกมันสังเกตเห็นหลิงเทียนและเค่อเอ๋อ พวกมันก็ตกตะลึงไม่น้อย เพราะไม่คิดว่าจะมีใครที่กล้าเข้ามาในป่าหมอกมรณะถึงจนเกือบถึงชั้นในเช่นนี้ ทั้งที่มีอายุน้อยกว่าพวกมัน

ยิ่งกว่านั้นกลับพากันมาแค่ 2 คนเท่านั้น

สายตาของ 5 บุรุษจับจ้องไปยัง เค่อเอ๋ออย่างร้อนแรง

สตรี 2 คนที่เห็นเค่อเอ๋อ แววตาก็ฉายแววอิจฉาอยู่ไม่น้อย

เมื่อทั้งเจ็ดคนมาถึงต้วนหลิงเทียน คนที่ตัวสูงก็กล่าวออกมาในกลุ่มว่า "พวกเราควรชักชวนพวกเขามารวมกลุ่มด้วยหรือไม่?"

"เจ้าจะบ้าหรือ? เพิ่มมาอีก 2 คน ใยมิใช่ส่วนแบ่งจักต้องถูกแบ่งไปอีก 2ส่วนหรือ? มันเป็นแค่งูเหลือมทมิฬเท่านั้น พวกเรา 7 คนก็เพียงพอที่จะกำจัดมันได้แล้ว!" ชายคนหนึ่งในกลุ่มกล่าวออกมาพร้อมกับขมวดคิ้ว

"ใช่ถ้าเจ้ากลัวมากนักเจ้าจะถอนตัวก็ได้นะ พวกเรา 6 คนจัดการกันเองก็ได้ " สตรีที่แต่งชุดค่อนข้างเปิดเผยอีกทั้งยังแต่งหน้าทาปากมาอย่างเจนจัด กล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงไม่แยแส

ชายหนุ่มที่ตัวสูงได้แต่เงียบไป

ทั้ง 7 คนเลือกที่จะเดินผ่าน เค่อเอ๋อ และ หลิงเทียนไปโดยไม่คิดจะเจรจา

"งูเหลือมทมิฬงั้นรึ?"

หลิงเทียนสงสัยเล็กน้อย

มันตัดสินใจค้นหาในความทรงจำของจักรพรรดิกลับชาติมาเกิด ...

งูเหลือมทมิฬนับว่าเป็นสัตว์อสูรที่พัฒนามาจากสัตว์ป่าที่ดุร้าย ความสามารถของมันเทียบเท่ากับ ผู้ฝึกฝนในระดับก่อกำเนิด

ในรังของงูเหลือมทมิฬมักจะมีสมบัติที่เกิดขึ้นจากพลังงานฟ้าดินที่หนาแน่น บางครั้งจะมีแร่,สมุนไพรล้ำค่า,รวมถึงผลไม้แห่งจิตวิญญาณ อีกด้วย

"เค่อเอ๋อเราติดตามพวกเขาไปชมดูกันเถิดเผื่อมีอะไรสนุกๆให้เราได้รับชม"

เมื่อตัดสินใจได้ หลิงเทียนก็นำเค่อเอ๋อสะกดรอยตามคนทั้ง 7 ไปห่างๆ

คนทั้ง 7 ก้าวเข้าไปในป่าหมอกมรณะชั้นในอย่างไม่เกรงกลัว

บริเวณชั้นในของป่าหมอกมรณะนั้น หมอกจะลงหนาจัดทั้งปี ทำให้ทัศนวิสัยค่อนข้างเลวร้ายอย่างมาก

เมื่อเข้าไปยังป่าหมอกมรณะชั้นในปัญหาก็บังเกิดขึ้น เมื่อหลิงเทียนคลาดกันกับคนทั้ง 7 เนื่องจากทัศนวิสัยของป่ามันเลวร้ายกว่าที่หลิงเทียนคาดคิด

"บัดซบ ข้าคลาดกับพวกมัน"

แต่อีกครู่หนึ่งหลิงเทียนก็ต้องขมวดคิ้ว

ปัง!!

เสียงการปะทะทังขึ้นมาจากทางซ้าย ไม่ไกลมากนัก

ต้วนหลิงเทียนจึงนำเค่อเอ๋อย่องไปเงียบๆ เพื่อดูต้นกำเนิดเสียง

สิ่งที่พวกเขาเห็นคือ คนทั้ง 7 กำลังกลุ้มรุมโจมตี สัตว์อสูรรูปร่างคล้ายเสือตัวหนึ่ง

ลักษณะของมันคล้ายคลึงกับเสือโคร่งแต่ทว่าตัวของมันนั้นใหญ่โตอย่างมาก แต่ทว่าระดับการบ่มเพาะยังอยู่ในระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 1เท่านั้น

"หืม มี 4 คนที่อยู่ในระดับการบ่มเพาะร่างกายขั้นที่ 9 ... ถึงว่าล่ะ ไม่น่าแปลกใจเลยที่พวกมันกล้ามาล่างูเหลือมทมิฬ"

มองไปที่เง่าร่างแมมมอธโบราณของบุรุษ 3 คนและ สตรี 1 คน อดไม่ได้ที่หลิงเทียนจะรู้สึกคันคะเยอในหัวใจยากจะเกา

ในที่สุดเสือโคร่งขนาดใหญ่ ก็ต้องสิ้นชีพลงจากการแลกกระบวนท่าโดยไม่สนใจอาการบาดเจ็บของระดับการบ่มเพาะร่างกายขั้นที่ 9 คนหนึ่ง

หลังจากที่เก็บขนและผิวหนังรวมถึงอวัยวะที่มีค่า ทั้ง 7 คนก็เดินทางต่อไป

ส่วนต้วนหลิงเทียนก็พาเค่อเอ๋อสะกดรอยตามมาเงียบๆ ทางด้านหลัง

ในที่สุดเมื่อทั้ง 7 คนอยู่ห่างจากถ้ำแห่งหนึ่งที่มองเห็นไกลๆ พวกมันก็หยุดลง

"งูเหลือมทมิฬอยู่ด้านในงั้นรึ?"

ต้วนหลิงเทียนรีบนำเค่อเอ๋อมาหลบอยู่อีกมุมหนึ่ง ที่สามารถมองเห็นเหตุการณ์ได้ชัดเจน

หลิงเทียนเห็นว่า 1 ใน 7 คนนั้น ได้ซัดหินเข้าไปยังปากถ้ำอย่างแรง

ไม่นานนักการยั่วยุก็ประสบผลสำเร็จ ร่างกายยาวเต็มไปด้วยเกล็ดขนาดมหึมาร่างหนึ่งอันเป็นเอกลักษณ์ของสัตว์เลื้อยคลาน ผิวดำสนิทถูกปกคลุมไปด้วยไอทมิฬ ก็ปรากฏกายออกมา

งูเหลือมทมิฬลำตัวยาวกว่า 10 เมตร นัยน์ตาของมันแลดูเยือกเย็น พร้อมทั้งลิ้นที่แลบเข้าแลบออกว่องไวราวกับเส้นสายอัสนีบาต ออกมาประจันหน้ากับคนทั้ง 7

"ลงมือได้!"

ทั้ง 7 ไม่คิดจะรีรออะไร พวกมันต่างแยกย้ายกันออกไปยังทิศทางต่างๆ ก่อนที่จะร่วมมือกันจู่โจมออกมาอย่างพร้อมเพรียง นับว่าเป็นการประสานงานที่เตรียมการมาอย่างดี

ฟึ่บ!!!

งูเหลือมทมิฬก็ไม่คิดจะยืนนิ่งรับการโจมตี มันพลิกตัวตวัดร่างส่งหางทีสีดำทมิฬฟาดไปยัง หนึ่งในคนทั้ง 7 ทันที นับว่ายังโชคดีที่ปฏิกิริยาของคนผู้นั้นคล่องแค่ลวว่องไวนัก มันสามารถหลบหลีกได้อย่างทันท่วงที ...พื้นดินที่ถูกหางของงูเหลือมทมิฬฟาดเข้าไปนั้น ถึงกับแตกกระจายราวกับใยแมงมุม

ทันใดนั้นบุรุษหนุ่มตัวสูงก็ตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงร้อนรน "แย่แล้ว งูเหลือมทมิฬตัวนี้มันไม่ได้มีระดับแค่เพียงระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 1 เท่านั้น มันอยู่ในขั้นที่ 2! "

สตรีที่แต่งกายงุดงามพร้อมแต่งหน้าอย่างครบเครื่องตะโกนออกไปยังเด็กหนุ่มข้างๆ ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "หวังตง จู่โจมไปยังจุดอ่อนของมัน!"

"พวกเจ้ารั้งมันไว้สักอึดใจ!" เด็กหนุ่มคนนั้นควงดาบและออกวิ่งไปยังตำแหน่งที่ได้เปรียบ ก่อนที่จะรอโอกาสจู่โจม

แต่ทว่าความเร็วของงูเหลือมทมิฬนั้นนับว่ามากกว่าที่พวกมันท้ง 7 คิดเอาไว้ไกลโข ...

ศีรษะของชายคนหนึ่งในกลุ่มพลันถูกหางสีดำที่สะบัดราวกับแส้ฟาดไปอย่างเต็มแรงจนแหลกเหลวภายในเสี้ยวพริบตา...ชีวิตหนึ่งจบสิ้นไปโดยที่ไม่ทันมีผู้ใดได้ตั้งตัว

หลิงเทียนมองฉากตรงหน้าโดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยนแม้แต่นิด ราวกับเป็นเรื่องธรรมดาไม่ต่างอะไรกับใบไม้ร่วง

แต่ทว่าเค่อเอ๋อที่อยู่ข้างๆกลับตัวสั่นไปด้วยความหวาดกลัวสับสนและร้อนรน

“พวกเราควรช่วยพวกเขาอย่างไรหรือเจ้าคะ?”

ดวงตาของเค่อเอ๋อแสดงถึงความเมตตาออกมา

"หากพวกเราเข้าไปช่วย ด้วยลักษณะของพวกมันแล้ว ย่อมไม่พ้นเรื่องที่คิดว่าพวกเราจงใจแย่งส่วนแบ่งของพวกมันแน่ นี่อาจจะมีปัญหาได้ พวกเราอย่าเข้าไปจะดีกว่ารอชมดูสถานการณ์อีกสักครู่"

หลิงเทียนส่ายหัว ก่อนที่จะตอบออกมา

หลังจากผ่านไปไม่นานด้วยความช่วยเหลือของคนทั้ง 5 ที่ยังเหลืออยู่ชายหนุ่มที่เฝ้ารอจังหวะอยู่ก็ได้โอกาสเหมาะ มันรีบพุ่งตัวราวกับลูกธนูหลุดออกจากแล่ง แทงกระบี่เล่นงานไปยังจุดอ่อนของงูเหลือมทมิฬด้วยกำลังทั้งหมดที่มี

แต่ทว่าดูเหมือน กระบี่นี้จะคลาดเป้าหมายสำคัญไปเล็กน้อย

ปัง!!

งูเหลือมทมิฬเริ่มโจมตีไปทั่วอย่างบ้าคลั่ง ...เพราะตอนนี้อาการของมันนับว่าสาหัสอย่างมาก

5 คนที่ทำการหลอกล่อเมื่อครู่ หากไม่ถูกคมเขี้ยวงูเหลือมขย้ำกัดกิน ก็ถูกหางที่ว่องไวปานสานฟ้าฟาดใส่จนตกตายลงทั้งหมด

กระทั่งคนสุดท้าย หวังตง ที่ยังเหลือรอดอยู่หลังจากโจมตีสุดกำลังไปที่จุดอ่อนของมันก่อนหน้านั้น ก็นอนหายใจรวยรินใกล้สิ้นลมเต็มที มันถูกหางของงูเหลือมทมิฬฟาดเข้าอย่างจังหลังจากที่แทงกระบี่ไปยังจุดอ่อน

ฟุ่บ! ฟุ่บ!

ต้วนหลิงเทียนและเค่อเอ๋อ เมื่อสบโอกาสก็พุ่งลงมาประจันหน้ากับงูเหลือมทมิฬที่กำลังอ่อนแอ ไม่ต่างอะไรกับ เฒ่าประมง สักนิด

แต่ในขณะนั้นเอง งูเหลือมทมิฬก็ส่งสายตาที่ดูน่าเวทนา และเป็นเชิงขอร้องมายังหลิงเทียน เนื่องจากยามนี้ไฟชีวิตของมันก็ริบหรี่เต็มทีแล้วเหมือนกัน

"หืม?"

หลิงเทียนรู้สึกสงสัยเล็กน้อย

ทันใดนั้นงูเหลือมทมิฬก็พยายามเคลื่อนหัวของมันหันไปทางถ้ำ พร้อมกับผงกหัวด้วยท่าทีโรยแรงราวกับพยายามจะชี้ให้เขาติดตามมันไป

เมื่อเข้าไปในถ้ำ หลิงเทียนก็รับรู้ได้ถึงเหตุผลของมันที่ส่งสายตาอ้อนวอนมายังเขา

ภายในถ้ำมีผลไม้จิตวิญญาณแปลกๆ สามชนิดที่ห้อยอยู่บนต้นไม้เก่าแก่โบราณ 2 ต้น อีกทั้งยังมีไข่ที่เปลือกเริ่มมีรอยร้าว..ราวกับว่าจะแตกออกเวลาใดก็ได้ อีกถึง 2ใบ ...

ในบรรดาผลไม้ทั้ง 3 ชนิดนั้น 2 ชนิดนั้นมีสรรพคุณใกล้เคียงกัน แต่ทว่า อีกชนิดหนึ่งนั้นมีความใหญ่มากกว่าอีกสองชนิดอย่างเห็นได้ชัด..

"นะ...นี่มัน ... ผลจิตวิญญาณธาตุทมิฬ!"

ความทรงจำของจักรพรรดิกลับชาติมาเกิดแว่บขึ้นมาในหัวของหลิงเทียนราวกับจะร่วมยินดีกับมัน

และยามนี้หัวใจของหลิงเทียนถึงกับเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ ใบหน้าของมันถึงกับแดงก่ำด้วยโลหิตที่สูบฉีดออกมาเพราะความตื่นเต้น

*เฒ่าประมง ---- ก็คือ นกกระสากับปลา สู้กันจนบาดเจ็บร่อแร่ เฒ่าประมงหรือชายหาปลาก็ได้ ที่มาทีหลัง ได้ทั้งสองตัวกลับบ้านไปอย่างสบายอารมณ์โดยไม่เหนื่อยแรง

รีวิวผู้อ่าน