px

เรื่อง : ระบบเจ้าสำนัก
ตอนที่ 16 : ขนมราคาแพง


ตอนที่ 16 : ขนมราคาแพง

ในขณะที่สำนักเฉินกวงและสำนักหยุนซานกำลังวางแผนร้ายอยู่นั้น จางหยูเองก็กำลังนึกถึงสองสำนักนี้เช่นกัน

 

“เอาล่ะ ‘ทักษะจี๋อู่’ ขั้นที่ 6 ข้าก็สอนพวกเจ้าจบแล้ว ใครมีคำถามอะไรไหม?”  จางหยูกวาดตามองศิษย์นับสิบที่อยู่ใต้เวที ถึงแม้ว่าเขาจะยืดเวลาได้ถึงหนึ่งเดือน แต่ทว่า‘ทักษะจี๋อู่’ ขั้นที่ 6 ก็ถูกสอนจนได้ หลังจากนี้เขาจะต้องรีบหาทักษะอื่นๆมาพัฒนา‘ทักษะจี๋อู่’ โดยเร็วที่สุด หาไม่แล้วจะต้องเกิดปัญหาใหญ่ขึ้นมาแน่

 

ทุกคนต่างพากันส่ายหน้าและตอบกลับว่า “ไม่”

 

มันไม่ใช่ว่าพวกเขาฉลาด แต่เป็นเพราะว่าจางหยูอธิบายได้ละเอียดดีเกินไป  ไม่ว่าจะเป็นส่วนที่พวกเขาเข้าใจหรือไม่เข้าใจ จางหยูก็จะอธิบายอย่างละเอียด และเน้นย้ำตรงจุดสำคัญบางส่วน แม้กระทั่งพูดซ้ำราวกับว่ากลัวพวกเขาจะไม่เข้าใจคำพูดของตัวเอง เมื่อไม่มีคำถามจางหยูก็ปล่อยให้พวกเขากลับบ้านไปบ่มเพาะพลังกันเอาเอง

 

“ถ้าไม่มีคำถาม งั้นก็เลิกเรียนได้” เขาโบกมือและมองไปที่อู่โม่ “อู่โม่ เจ้าอยู่ต่อ ส่วนคนอื่นไปได้”

 

เมื่อได้ยินแบบนั้น ทุกคนก็พากันแยกย้าย แต่หลังจากที่ออกจากห้องเรียนแล้ว พวกเขาก็ไม่ได้ออกไปจากสำนัก แต่กลับหาที่เงียบๆเริ่มทำการบ่มเพาะแทน

 

หลังจากที่อยู่ในสำนักมานาน พวกเขาก็รู้ว่าหลิงชี่ในสำนักคังเฉียงแห่งนี้หนาแน่นกว่าที่อื่น หากบ่มเพาะที่นี่ จะส่งผลดีกว่า

 

เทียบกับกลุ่มหลินหมิงแล้ว  อู่เฉินนั้นตื่นเต้นกว่ามาก  ผ่านไปเดือนหนึ่งแล้ว ในที่สุดเขาก็จะได้บ่มเพาะ “ทักษะจี๋อู่” สักที

 

ตลอดหลายวันมานี้ เขาคอยดูอู่โม่ หลินหมิงและคนอื่นๆทำการบ่มเพาะทักษะจี๋อู่ พร้อมกับพบว่าความแข็งแกร่งของพวกเขานั้นก้าวกระโดดขึ้น ซึ่งมันทำให้เขากังวลมาก โดยเฉพาะครั้งล่าสุดที่อู่โม่และอู่ซินซินได้ทะลวงขอบเขตฉีซวนขั้นที่ 5 สูงสุด ลูกๆสามารถรับมือกับเขาได้หลายสิบกระบวนท่า ซึ่งจุดนี้ทำให้เขารู้สึกกระหายอยากจะบ่มเพาะ “ทักษะจี๋อู่” มากขึ้นกว่าเดิม

 

เขาอยากบ่มเพาะ “ทักษะจี๋อู่” เพราะเขารู้ว่าถ้าหากตัวเองยังไม่รีบบ่มเพาะ “ทักษะจี๋อู่” อีกไม่กี่วันข้างหน้า บางทีเขาอาจจะถูกอู่โม่และอู่ซินซินก้าวข้ามก็ได้

 

หากเอาชนะลูกทั้งสองไม่ได้ ในฐานะพ่อแล้วเขาคงต้องขายหน้าแน่!

 

ดังนั้นหลังจากที่ออกจากห้องเรียน อู่เฉินก็ไม่ได้ออกจากสำนักทันที แต่กลับไปหาที่เงียบๆเพื่อทำการบ่มเพาะ ท่าทางของเขานั้นเต็มไปด้วยความรีบร้อน กดดันและสงสัย

 

ในห้องเรียน

 

อู่โม่ได้ไปยืนอยู่ด้านหลังของจางหยู พลางก้มหน้าก้มตาฟังคำสั่งสอนด้วยความเคารพ

 

จางหยูจัดเรียงอุปกรณ์ปรุงยาอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็หันกลับมาพูดกับอู่โม่ว่า “ความรู้ขั้นพื้นฐานในการปรุงยา ข้าก็สอนเจ้าจนครบแล้ว ดังนั้นมันถึงเวลาที่เจ้าจะลองทำดูบ้าง เริ่มตั้งแต่อันง่ายๆก่อนเลย นั่นก็คือยาโลหิต รอจนเจ้าคุ้นเคยกับการปรุงยาโลหิตเสียก่อน ค่อยลองปรุงยาชนิดอื่นดูบ้าง อย่างเช่นยาฉีซวน ยาฮุ่ยซวนเป็นต้น”

 

ภารกิจที่ระบบมอบให้ จนกระทั่งตอนนี้เขาก็ยังทำไม่สำเร็จ

***

[ภารกิจ 5 : ฝึกฝนนักปรุงยา 1 ดาว]

***

ภารกิจนี้ไม่ได้ยาก แต่เปลืองเวลาและพลังงานเป็นอย่างมาก สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ เวลาที่จำกัดของภารกิจนี้คือ 1 เดือน ตอนนี้เหลือเวลาอีกแค่ 3 วัน หากไม่ทันเวลา ระบบจะถือว่าภารกิจนี้ล้มเหลวไป

 

แม้ว่าจะไม่มีบทลงโทษถ้าหากภารกิจล้มเหลว แต่จางหยูก็ไม่คิดจะปล่อยให้ภารกิจนี้เสียเปล่า

 

เพราะรางวัลที่จะได้นั้น เป็นสิ่งที่จางหยูถวิลหา

 

“เพื่อทักษะนักปรุงยา 2 ดาว ไม่ว่ายังไงก็ต้องทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ !” จางหยูสูดหายใจเข้าลึกๆและมองไปที่อู่โม่ด้วยแววตาคาดหวัง จากนั้นก็คิดในใจอย่างเงียบๆว่า “เวลามันน้อยเกินไป ไม่มีทางอื่นแล้ว ข้าจำเป็นที่จะต้องเคี่ยวเข็ญเจ้า”

 

เมื่อรู้สึกได้ถึงสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความคาดหวังและความตื่นเต้นของจางหยู  ในใจของอู่โม่ก็ตื่นเต้นขึ้นมา  เขาพยักหน้าตอบรับ และพูดอย่างจริงจังว่า “เจ้าสำนักไว้ใจข้าได้ ข้าจะไม่ทำให้ท่านต้องผิดหวัง !”

 

“ดี งั้นเริ่มกันเลย !” จางหยูคลี่ยิ้มเล็กน้อย เขาเดินออกมายืนอยู่ข้างๆ แล้วหยิบถุงผ้าออกมาจากแขนเสื้อ จากนั้นก็ล้วงเม็ดยาสีแดงที่คล้ายกับเยลลี่ถั่วออกมา ก่อนจะโยนใส่ปากแล้วเคี้ยวหงับๆ จากนั้นก็พึมพำออกมาเบาๆว่า “ยาฉีซวนนี่ รสชาติดีใช้ได้เลยล่ะ เป็นขนมทานเล่นที่ไม่เลวเลย”

 

“ ขนม ?”

 

หากยาฉีซวนเป็นขนม งั้นก็คงไม่มีขนมไหนในโลกที่แพงไปกว่ายาฉีซวนนี่แล้ว !

 

หางตาของอู่โม่กระตุกเล็กน้อย จากนั้นก็กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “อึก”

 

จางหยูเทยาฉีซวนออกมาจากถุงอีกหนึ่งเม็ด ขณะมองไปที่อู่โม่ “ เจ้าอยากได้ด้วยรึ?”

 

อู่โม่พยักหน้าตอบรับทันที “ขอรับ”

 

“หากเจ้าอยากได้ก็ปรุงขึ้นมาเองสิ” จางหยูโยนยาฉีซวนใส่ปากอย่างไม่ลังเลและเคี้ยวมันต่อหน้าอู่โม่ “ยาฉีซวนก็แค่ยาระดับหนึ่ง หากเจ้ากลายเป็นนักปรุงยาหนึ่งดาวได้ เจ้าอยากจะกินแค่ไหนก็ตามใจเจ้า” การบ่มเพาะของเขาขึ้นมาถึงขอบเขตฉีซวนขั้น 6 สูงสุดแล้ว ทว่าตราบใดที่ยังไม่สร้าง“ทักษะจี๋อู่” ขั้นที่ 7ขึ้นมา ไม่ว่าจะกินยาฉีซวนมากแค่ไหนก็ไม่มีผล แต่อย่างไรก็ตาม รสชาติของยาฉีซวนนั้นไม่เลวเลยจริงๆ มันออกเปรี้ยวๆหวานๆ เหมือนกับขนมไม่มีผิด

 

เมื่อได้ยินแบบนั้น นัยน์ตาของอู่โม่ก็แสดงท่าทีเคารพออกมา ใจของเขาเต้นรัวยิ่งกว่าเดิม  ตอนนี้เขามีเป้าหมายในหัวแล้ว

 

“เมื่อข้ากลายเป็นนักปรุงยา 1 ดาว ข้าจะทำยานับไม่ถ้วนออกมา และกินมันเหมือนกับขนมดังเช่นเจ้าสำนัก !” นักปรุงยาที่ไม่กินยาเล่นเป็นขนมนั้น ถือว่าไม่ใช่นักปรุงยาแล้ว!!

 

จางหยูได้ตั้งเป้าหมายให้กับอู่โม่สำเร็จ!

....

เวลาค่อยๆผ่านไปอย่างช้าๆ อู่โม่เพ่งสมาธิไปกับการปรุงยาโดยมีจางหยูคอยอธิบายให้ฟัง  ตอนที่อู่เฉิน, อู่ซินซิน, หลินหมิง และคนอื่นๆกำลังบ่มเพาะพลังอยู่นอกนั้น สำนักคังเฉียงก็ยังคงสงบสุขเช่นเคย

 

ตอนนั้นเองก็มีหัวหนึ่งโผล่ออกมาที่นอกกำแพงสำนักครึ่งหัว ขณะที่สายตาก็มองเข้ามาด้านในของสำนักคังเฉียง

 

“ตามข้อมูลรายงานที่เราได้รับมาก่อนหน้านี้ อู่เฉินจะออกจากสำนักในช่วงบ่าย  แต่แปลก ทำไมวันนี้เขาถึงไม่ออกมา ?” จั่นเฟิงกระโดดลงจากกำแพงพร้อมกับขมวดคิ้ว “หากมีอู่เฉินอยู่ในนั้น เกรงว่าพวกเราคงไม่สามารถลงมือได้ง่ายๆ”

 

นามของคนก็เหมือนกับเงาของต้นไม้ นักสู้อันดับหนึ่งของเมืองทะเลทราย ไม่ใช่บุคคลที่พวกเขาจะมองข้ามได้

 

มีคนมากมายในสำนักคังเฉียง แต่มีแค่คนเดียวที่พวกเขากลัวนั่นก็คืออู่เฉิน นอกจากอู่เฉินแล้ว พวกเขาไม่ได้สนใจผู้ใด

 

ชื่อเสียงในฐานะบุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดของเมืองทะเลทราย ไม่ได้มาจากการอวดอ้าง แต่มาจากฝีมือที่บ่มเพาะมาหลายปี ไม่ว่าจะเป็นจั่นเฟิงหรือลัวจวินต่างก็รู้เรื่องนี้ดี แม้ว่าระดับการบ่มเพาะของพวกเขาจะอยู่ขอบเขตฉีซวนขั้น 9 เหมือนกัน แต่ฝีมือก็ยังเทียบกับอู่เฉินไม่ได้  ต่อให้พวกเขาจะร่วมมือกัน ก็ยังไม่อาจคุกคามอู่เฉินได้ !

 

ในเมืองทะเลทรายอันกว้างใหญ่แห่งนี้ มีเพียงเจ้าสำนักสำนักเฉินกวง หลินไห่หยากับเจ้าสำนักหยุนซาน ลัวเยว่ซาน เท่านั้นที่สามารถต่อกรกับอู่เฉินได้!

 

“รอก่อน รอดูสถานการณ์ก่อน” ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ จั่นเฟิงก็ไม่คิดที่จะเผชิญหน้ากับอู่เฉิน

 

แม้ว่าลัวจวินจะรู้สึกหงุดหงิดอยู่บ้าง แต่ถ้าต้องเผชิญหน้ากับยอดฝีมือในตำนานอย่างอู่เฉิน เขาก็ยังคงมีความรอบคอบ “ ได้ รอไปก่อน”

 

ใครจะไปรู้ว่ารอมาครึ่งค่อนวันแล้ว แต่อู่เฉินก็ยังคงนั่งบ่มเพาะอยู่กับที่ ไม่แม้แต่จะขยับตัวหรือมีทีท่าว่าจะออกจากสำนัก

 

“จะทำยังไงกันต่อ?”  คิ้วของลัวจวินขมวดหนักยิ่งกว่าเดิม  “ถ้าเขายังไม่ออกมา พวกเราก็ไม่มีโอกาสลงมือสักที!”

 

จั่นเฟิงหมอบอยู่บนกำแพง จ้องอู่เฉินที่นั่งนิ่งไม่ไหวติง ในใจก็อดครุ่นคิดไม่ได้ ตอนนั้นเองร่างของอู่เฉินก็ขยับตัวขึ้นมา ทำให้เขาลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก ดวงตาของเขาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น “เดี๋ยวก่อน เขาเคลื่อนไหวแล้ว ดูเหมือนว่าเขากำลังจะออกไปจากสำนัก!”

 

เมื่อได้ยินแบบนั้น ลัวจวินก็ปีนกำแพงขึ้นไปอย่างระมัดระวัง เมื่อเห็นอู่เฉินค่อยๆลุกขึ้นยืน หัวใจของเขาก็เต้นโครมครามขึ้นมา เขากดความตื่นเต้นของตัวเองและกระซิบออกมาว่า “ ดี! ฟ้าไม่กลั่นแกล้งคนที่ตั้งใจจริง หากเขาออกมา เราจะลงมือทันที !” หลังจากที่รอมานาน ในที่สุดก็เป็นการรอคอยที่ไม่เสียเปล่า

 

ในความคิดของพวกเขานั้น เมื่ออู่เฉินกลับไป ก็ไม่มีใครสามารถหยุดพวกเขาจากการฆ่าจางหยูได้  ส่วนอู่โม่ อู่ซินซินและคนอื่นๆ ไม่ได้อยู่ในสายตาของพวกเขาตั้งแต่แรก

 

นอกห้องเรียนของสำนักคังเฉียน

 

อู่เฉินยืดตัวตรงและสูดหายใจเข้าลึกๆ พร้อมกับพ่นปราณเสียออกมาจากปาก

 

“ฉีซวนขั้น 6 ชั้นกลาง อีกไม่นานข้าก็จะทะลวงชั้นสูงสุดได้แล้ว” หลังจากที่ตรวจสอบการบ่มเพาะของตัวเอง อู่เฉินก็กำหมัดแน่น บนใบหน้าไม่เพียงแต่ไม่มีร่องรอยของความเสียใจ แต่กลับเต็มไปด้วยตื่นเต้น “เหมือนอย่างที่เจ้าสำนักพูดเลย แม้ว่าระดับการบ่มเพาะจะตกลงมา แต่ปราณกลับบริสุทธิ์กว่าเดิมถึงสิบเท่า โดยรวมแล้วความแข็งแกร่งของข้าไม่ได้ลดลง แต่กลับแข็งแกร่งขึ้นมาอีก!”

 

 ก่อนที่จะได้บ่มเพาะ “ทักษะจี๋อู่” แม้ว่าเขาจะเป็นนักสู้อันดับหนึ่งของเมืองทะเลทราย แต่ถ้าต้องต่อกรกับนักสู้ฉีซวนขั้นที่ 9 ถึงสองคน ตัวเขาก็อาจจะรับมือไม่ไหว

 

ตอนนี้เขามั่นใจว่า เขาสามารถรับมือกับผู้บ่มเพาะฉีซวนขั้นที่ 9 สูงสุดสองคนพร้อมกันได้ !

 

“ต่อให้หลินไห่หยากับลัวเยว่ซานร่วมมือกัน ก็ไม่อาจเอาชนะข้าได้” อู่เฉินยิ้มออกมาอย่างมั่นใจ

 

หลังจากที่รับรู้ถึงความน่ากลัวของ “ทักษะจี๋อู่” ด้วยตัวเองแล้ว เขาก็ยิ่งเชื่อมั่นและเคารพในตัวจางหยูมากกว่าเดิม

 

“ข้าแค่บ่มเพาะ “ทักษะจี๋อู่” ขั้นที่ 6 ก็ยังร้ายกาจขนาดนี้ สำหรับผู้บ่มเพาะที่อยู่ต่ำกว่าของเขตว่อซวน ล้วนไม่สามารถต่อกรกับข้าได้ ถ้าอย่างนั้นเจ้าสำนักที่บ่มเพาะ “ทักษะจี๋อู่” จนสมบูรณ์แล้ว จะร้ายกาจขนาดไหน?” ตอนนี้เองตัวตนของจางหยูในใจของอู่เฉิน ก็กลายเป็นตัวตนที่คาดเดาได้ยากยิ่งกว่าเดิม  “ข้าอยากจะเห็นความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเจ้าสำนัก!”

 

เขาไม่เคยเห็นจางหยูแสดงพลังทั้งหมดออกมา จึงเป็นธรรมดาที่จะคาดหวังกับเรื่องนี้

 

ผ่านไปสักพัก อู่เฉินก็เริ่มชินกับปราณใหม่ในตัวของเขาแล้ว จากนั้นเขาก็พูดกับอู่ซินซินที่อยู่ไม่ไกลว่า “ ซินซิน เจ้ารอพี่เจ้าอยู่ที่นี่นะ ข้าจะกลับไปก่อน ป่านนี้ที่จวนคงมีงานกองรอให้ข้ากลับไปจัดการ” เขาไม่ได้กังวลเรื่องความปลอดภัยของอู่โม่และอู่ซินซินเลยแม้แต่น้อย ด้วยความแข็งแกร่งของอู่โม่แล้ว นอกซะจากว่าหลินไห่หยาและลัวเยว่ซานจะลงมือเอง คนอื่นๆก็ในเมืองทะเลทรายแห่งนี้ ก็ไม่มีใครสามารถต่อกรกับสองพี่น้องนี้ได้

 

ในอีกความหมายหนึ่งก็คือ ความแข็งแกร่งของสองพี่น้องนี้เทียบได้กับผู้บ่มเพาะฉีซวนขั้นที่ 9 !

 

“ลาก่อนท่านพ่อ” อู่ซินซินโบกมือให้พร้อมกับรอยยิ้มราวกับเด็กน้อย

 

อู่เฉินโบกมือตอบ ก่อนจะเดินออกจากสำนักคังเฉียงไป

 

ด้านนอกกำแพงนั้น จั่นเฟิงและลัวจวินก็ตื่นเต้นขึ้นมา “ออกมาแล้ว ในที่สุดก็ออกมาแล้ว !”  ในที่สุดพวกเขาก็จะได้โล่งใจกันสักที

 

พวกเขาเลื่อนสายตามองไปที่ด้านในของสำนักคังเฉียง และไปหยุดอยู่ที่ห้องเรียนหนึ่งที่ยังคงมีแสงไฟเล็ดรอดออกมา ดวงตาของจั่นเฟิงฉายแววเย็นชาก่อนจะกล่าวว่า “จางหยู ถึงเวลาตายของเจ้าแล้ว!”

รีวิวผู้อ่าน

wat170443
368 วันที่แล้ว

Gg


  แสดงความคิดเห็น
wut
417 วันที่แล้ว

เวลาตาย!ของใครกันแน่!


  แสดงความคิดเห็น
kaitisak2540
417 วันที่แล้ว

ใครก็ได้ขอเว็บดำหน่อย


  แสดงความคิดเห็น
zmansw100
417 วันที่แล้ว

อ็ากกก ค้างงงงงงง


  แสดงความคิดเห็น