px

เรื่อง : ระบบเจ้าสำนัก
ตอนที่ 18 : เข้าถ้ำเสือ(II)


ตอนที่ 18 : เข้าถ้ำเสือ(II)

เมื่อเห็นเหล่าเด็กน้อยพากันคึก ลัวจวินก็แปลกใจมาก “พวกเจ้าไม่กลัวกันรึไง ?”

 

“ระวังตัวด้วย มันดูแปลกๆ” จั่นเฟิงคิ้วขมวด เขาหรี่ตาลงและเตือนออกมาเบาๆ

 

ตามปกติแล้วเด็กน้อยที่อยู่ฉีซวนขั้น 3 และขั้น 4 ไม่ถือว่าเป็นภัยต่อพวกเขา แต่ในใจของเขานั้นเกิดความระแวงขึ้นมา

 

แสงโคมไฟที่ส่องลอดผ่านห้องเรียนมา เผยให้เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของเหล่าเด็กน้อย

 

 “ในเมื่อพวกเจ้าอยากจะลงมือ ก็อย่ามัวพูดไร้สาระกันอยู่เลย” หลินหมิงยิ้มและมองไปที่ลัวจวิน

 

พวกเขาบ่มเพาะ “ทักษะจี๋อู่” พลังในการต่อสู้จะธรรมดาได้อย่างไร แม้ว่าเขาจะอยู่ขอบเขตฉีซวนขั้น 4 แต่เมื่อเผชิญหน้ากับผู้บ่มเพาะฉีซวนขั้น 9 เขากลับรู้สึกว่าตัวเองมีโอกาสที่จะชนะ เพียงแต่จำเป็นต้องเสียลมปราณไปจำนวนมาก

 

เห็นได้ชัดว่าลัวจวินรู้สึกหงุดหงิดกับท่าทีของหลินหมิง เขาหัวเราะออกมาด้วยความโกรธ “ ดี ดี ! ในเมื่อพวกเจ้าอยากหาที่ตาย งั้นข้าก็จะจัดให้อย่างสาสม !”

 

เมื่อพูดจบ ลัวจวินสะกิดเท้าที่พื้นเบาๆ ร่างของเขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วดุจเงาของภูตพราย พริบตาเดียวก็ทะยานเข้าใกล้หลินหมิงแล้ว ด้วยการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว ทำให้เกิดแรงเสียดทานกับอากาศอย่างรุนแรง จนกลายเป็นเสียงกรีดร้องของสายลม ความเร็วที่น่ากลัวของผู้บ่มเพาะขั้น 9 ได้แสดงออกมาอย่างเต็มที่

 

รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของลัวจวิน  “ ตายซะเถอะ เจ้าเด็กน้อย!”

 

ระหว่างที่พูดนั้น เขาก็กำหมัดแน่นและต่อยใส่หลินหมิง สายลมกรรโชกขึ้นมา อากาศบริเวณรอบๆถูกแรงกดดันจนเปลี่ยนรูปไป หมัดนี้ไม่ได้ใช้เคล็ดวิชาใดๆ แต่ลัวจวินก็มั่นใจว่าแค่การต่อยธรรมดาๆก็สามารถฆ่าหลินหมิงได้แล้ว ผู้บ่มเพาะฉีซวนขั้นที่ 9  จำเป็นต้องใช้เคล็ดวิชาเพื่อฆ่าผู้บ่มเพาะฉีซวนขั้นที่ 4 ด้วยหรือ?

 

เขาไม่กล้าลงมือกับอู่ซินซินก็จริง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่กล้าลงมือกับหลินหมิง

 

อย่าว่าแต่เด็กที่ถูกตระกูลหลินทอดทิ้งเลย ต่อให้เป็นทั้งตระกูลหลินก็ไม่ได้อยู่ในสายตาเขา!

 

“เฮ้ออ....” เมื่อเห็นลัวจวินลงมือ จั่นเฟิงก็โล่งใจและรีบมุ่งหน้าไปที่ห้องเรียนตามแผนเดิม

 

ตอนนั้นเอง หลินหมิงราวกับเป็นต้นสน เท้าของเขาหยั่งลงไปที่พื้นอย่างมั่นคง และสูดหายใจเข้าลึกๆ จากนั้นก็ตะโกนออกมา  “ โอ้ !”

 

ตามมาด้วยเสียงระเบิดดังตู้ม! เป็นหลินหมิงที่ค่อยๆชักหมัดกลับมา จากนั้นก็ระเบิดพลังที่น่าสะพรึง ก่อนจะชกออกไปอย่างรวดเร็ว

 

เคล็ดวิชาที่แข็งแกร่งที่สุดของตระกูลหลิน ‘หมัดระเบิด’

***

[ทักษะ : “ทักษะจี๋อู่” ฉบับดัดแปลง (ระดับธรรมดาขั้นกลาง มีทั้งหมด 6 ขั้น สามารถฝึกฝนถึงขอบเขตฉีซวนขั้นที่ 6 มีข้อผิดพลาดเฉลี่ยขั้นละ 3 จุด) ]

 

 [เคล็ดวิชา: หมัดระเบิด (ระดับธรรมดาขั้นสูง มีข้อผิดพลาด 412 จุด)]

***

แม้ว่าหมัดระเบิดจะเป็นเพียงเคล็ดวิชาระดับธรรมดาขั้นสูง  แต่ก็มีจุดเด่นในเรื่องการระเบิดพลัง

 

วินาทีต่อมา หมัดของลัวจวินและหลินหมิงก็ปะทะกัน

 

พลังที่แข็งแกร่งทั้งสองสายนั้น ก่อให้เกิดแรงระเบิดที่ทรงพลังขึ้นมา ทำให้ฝุ่นที่พื้นกระจายออกมา  ไม่ไกลออกไปนั้นเสื้อผ้าของ เหมาฉางเฟิง, เหยามู่หว่าน, ซูเลี่ย, จางเฮิงหยางและคนอื่นๆต่างก็ปลิวไปตามแรงลม

 

นอกจากอู่ซินซินที่กำลังไล่ตามจั่นเฟิงแล้ว คนอื่นๆต่างเบิกตากว้างและจ้องมองไปที่การต่อสู้ของสองคนนั้น  

 

ตอนที่หมัดทั้งสองปะทะกัน ได้เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นขึ้นมาดัง ---- ปัง !

 

วินาทีต่อมา ลัวจวินและหลินหมิงก็ไอออกมาพร้อมกัน ร่างกายถูกแรงปะทะดีดให้ถอยหลัง แต่ความแตกต่างก็คือ หลินหมิงถอยหลังกลับไปแค่ 2 ก้าว แต่ลัวจวินนั้นถอยกลับไปถึง 3 ก้าวโดยที่มุมปากมีเลือดไหลออกมา !

 

จั่นเฟิงหันกลับมามองเล็กน้อย จากนั้นก็ต้องเบิกตากว้างพร้อมกับชะงักเท้าอยู่กับที่

 

อู่ซินซินเห็นจั่นเฟิงหยุดวิ่ง นางก็หยุดไล่ตาม ทว่าดวงตากลมโตก็ยังคงจับจ้องไปที่จั่นเฟิงโดยไม่สนใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

ลัวจวินตกตะลึงไปชั่วขณะ เขามองไปที่หลินหมิงด้วยสายตาเหลือเชื่อ ก่อนจะพูดขึ้นมาด้วยเสียงที่สั่นเทาว่า “ได้....เป็นไปได้ยังไง !”

 

เจ้าเด็กนั่นอยู่ขอบเขตฉีซวนขั้นที่ 4 ไม่ใช่หรือ? แต่ทำไมในระหว่างที่ปะทะกัน หมัดของตัวเองกลับไม่สามารถเอาชนะเขาได้?

 

สมองของลัวจวินพลันว่างเปล่า โลกนี้มันบ้า หรือว่าตัวเขาเองที่บ้า?

 

ไม่ใช่ว่าพวกมันเป็นแค่ลูกแกะรึไง ? มันกลายเป็นเสือตั้งแต่ตอนไหนกัน ?

 

จั่นเฟิงเองก็ถูกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำเอาตะลึงไปเช่นกัน ในใจเกิดความหวั่นไหวขึ้นมา “การบ่มเพาะของเด็กคนนั้นอยู่ที่ขอบเขตฉีซวนขั้นที่ 4 ไม่ใช่หรือ? ถ้าอย่างนั้นทำไมถึงสามารถต้านทานการโจมตีของผู้บ่มเพาะฉีซวนขั้นที่ 9 ได้ล่ะ?”

 

“นี่เขาแค่บาดเจ็บเล็กน้อยงั้นรึ ?” หลินหมิงคิ้วขมวดอย่างไม่พอใจกับผลลัพธ์

 

เดิมทีเขาลองคำนวณด้วยตัวเองคร่าวๆว่า ถ้าหากใช้หมัดนี้แล้ว แม้ว่าตัวเองจะไม่สามารถสังหารลัวจวินได้ แต่อย่างน้อยก็น่าจะทำให้อีกฝ่ายบาดเจ็บสาหัสได้ แต่ความจริงกับสิ่งที่คิดก็แตกต่างกันมา ลัวจวินเพียงแค่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น ผลมันต่างจากที่คิดไว้ลิบลับ ทำให้หลินหมิงรู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก

 

“ เฮ้อ !” หลินหมิงถอนหายใจออกมา พร้อมกับสายตาที่แสดงความผิดหวัง “ ความแข็งแกร่งของข้าในตอนนี้ ยังด้อยกว่าผู้บ่มเพาะฉีซวนขั้นที่ 9 นัก...”

 

เขาทำการคำนวณในใจและได้ข้อสรุปว่าความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้เทียบได้กับผู้บ่มเพาะฉีซวนขั้น 8 !

 

“ไม่เอาน่าหลินหมิง ถ้าเจ้าฆ่าเขาได้จริงๆ แล้วพวกเราจะเล่นกับใคร ?” จางเฮิงหยางยกยิ้มที่มุมปาก จากนั้นก็ดัดไม้ดัดมือพลางหัวเราะหึๆ “ ฮี่ฮี่ ตอนนี้ก็ถึงตาพวกเราเล่นบ้าง!”

 

ก่อนหน้านี้ เด็กคนอื่นๆก็ยังกลัวลัวจวินอยู่บ้าง  ยังไงซะพลังของฉีซวนขั้นที่ 9 ก็ไม่ใช่สิ่งที่จะดูแคลนได้ !

 

แต่ตอนนี้ เมื่อเห็นเทพไร้พ่ายฉีซวนขั้น 9 ถูกหลินหมิงทำร้ายได้ พวกเขาก็พากันคึกขึ้นมา !

 

พวกเขาคิดว่าตัวเองไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหลินหมิง แต่ช่องว่างนี้ก็ไม่ได้ใหญ่อะไรมากมาย ในเมื่อหลินหมิงสามารถต่อกรกับอีกฝ่ายได้ ทั้งยังทำให้เขาได้รับบาดเจ็บ ถ้าอย่างนั้นพวกเขาก็สามารถสู้กับอีกฝ่ายได้ แม้ว่าจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ พวกเขามีคนมากกว่า เมื่อร่วมมือกันพวกเขาก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าหลินหมิงเท่าไหร่ ฉะนั้นต่อให้ลัวจวินเป็นผู้บ่มเพาะฉีซวนขั้นที่ 9 ก็อาจจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเขาก็ได้

 

“สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว” ตาของจั่นเฟิงกวาดมองไปที่เด็กๆ เมื่อสังเกตเห็นสีหน้าที่มั่นใจของพวกเขา ในใจก็เกิดความรู้สึกไม่แน่นอนขึ้นมา “ ถ้าเป็นแบบนี้คงต้องถอยกันก่อน !”

 

เขายอมรับว่าตัวเองประมาทสำนักคังเฉียงเกินไป ที่นี่มันถ้ำเสือบึงมังกรชัดๆ ภายใต้รูปลักษณ์ที่ดูธรรมดา แต่กลับซุกซ่อนพลังที่น่าเกรงขามเอาไว้!

 

ศิษย์ทั้ง 9 คน แค่หลินหมิงคนเดียว ก็ยังร้ายกาจขนาดนี้ ไม่รู้ว่าลูกศิษย์คนอื่นๆจะร้ายกาจขนาดไหน

 

ต้องรู้ก่อนว่าคนที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่เด็กๆทั้ง 9 คน ไม่ใช่หลินหมิง แต่เป็นอู่ซินซินต่างหาก สาวน้อยที่พวกเขาไม่เคยเห็นอยู่ในสายตามาก่อน!

 

“เจ้าจะไปก็ไป แต่บิดาคนนี้ไม่ยอมไปด้วยหรอก !” ลัวจวินเช็ดเลือดที่มุมปาก ดวงตาของเขาฉายแววอาฆาตขึ้นมา ในน้ำเสียงก้เจือไปด้วยจิตสังหาร “ไอ้พวกเด็กเวรนี่ จะต้องตายในวันนี้! บิดาจะฆ่าพวกมันทิ้งทั้งหมด!” ถูกเด็กน้อยฉีซวนขั้นที่ 4 ตีเหมือนสุนัขตัวหนึ่ง สำหรับลัวจวินแล้ว มันคือความอัปยศครั้งยิ่งใหญ่

 

ความอัปยศนี้ มีแต่เลือดเท่านั้นที่จะลบล้างมันได้ !

 

ตาของเขาจับจ้องไปที่หลินหมิง จากนั้นก็มองไปที่ศิษย์คนอื่นๆ “ บิดาคนนี้ไม่เชื่อว่าคนอื่นจะแข็งแกร่งเหมือนกัน!”

 

การที่นักสู้ฉีซวนขั้น 4 สามารถรับมือกับนักสู้ฉีซวนขั้น 9 ได้นั้น ถือว่าเป็นอัจฉริยะที่หาตัวจับยากในรอบร้อยปี เขาไม่คิดว่าจะมีอัจฉริยะเช่นนั้นมากมายนัก

 

หลังจากนั้นเขาก็เผยรอยยิ้มอันโหดร้ายออกมา

 

ไม่รอให้จั่นเฟิงได้แย้ง ลัวจวินกระทืบพื้นครั้งหนึ่ง จนเกิดหลุมเล็กๆขึ้นมา จากนั้นร่างของเขาก็พุ่งไปหาเหยามู่หว่านอย่างรวดเร็วราวกับลูกกระสุน 

 

ดูเหมือนเขาจะคิดว่าศิษย์หญิงคือจุดอ่อนของทุกคน

 

สีหน้าของหลินหมิงเปลี่ยนไปเล็กน้อย ก่อนจะพูดเตือนขึ้นมาว่า “ ทุกคน ระวังตัวด้วย !”

 

“พอเห็นว่าหลินหมิงรับมือเจ้าได้ ก็เลยเบนเข็มมาที่พวกเราแทนอย่างนั้นรึ? หึ ดูเหมือนเจ้าหมอนี่คิดว่าข้าคือพลับนิ่มสินะ!” เหยามู่หว่านพูดด้วยท่าทีไม่พอใจ

 

ซูเลี่ยยิ้มออกมาเล็กน้อย “ งั้นก็เอาเลย !”

 

“ ร่วมมือกัน !”  เหมาฉางเฟิงสูดลมหายใจแล้วพูดขึ้นมา

 

แม้ว่าลัวจวินจะเสียเปรียบเพราะถูกหลินหมิงทำร้ายมาก่อน แต่พวกเขาก็ไม่ประมาทลัวจวิน เพราะอย่างไรเสีย ผู้บ่มเพาะขอบเขตฉีซวนขั้นที่ 9 คนหนึ่งก็ยังสามารถจัดการพวกเขาทุกคนได้ ซึ่งจุดนี้ทุกคนต่างก็รู้ดี

 

โชคดีที่ทั้งสามคนอยู่ใกล้กัน ตอนที่ลัวจวินโจมตี ดังนั้นพวกเขาจึงมีเวลาเปลี่ยนตำแหน่งและคิดหาวิธีตอบโต้

 

เมื่อระยะห่างลดลงมาเหลือ 1 ฟุต แผ่นหลังของลัวจวินก็โค้งลง พร้อมกับมีเสียงกระดูกดังลั่นขึ้นมา จากนั้นพลังทั้งหมดก็ไปรวมตัวอยู่ที่หมัดของเขา ทำให้หมัดนี้มีพลังเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า อากาศด้านหน้าราวกับลูกหินที่ระเบิดออกมา จนเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นแสบแก้วหู “ตู้ม!”

 

[ทักษะ : ง่ามเหล็ก (ระดับวิญญาณขั้นกลาง มีทั้งหมด 10 ขั้น สามารถฝึกฝนถึงขอบเขตว่อซวนระดับกลาง มีข้อผิดพลาดเฉลี่ยขั้นละ 29 จุด]

 

[เคล็ดวิชา: หมัดเหล็ก (ระดับญญาณขั้นต่ำ มีข้อผิดพลาด255 จุด)]

 

หมัดเหล็กนี้คือเคล็ดวิชาที่สร้างชื่อเสียงให้กับเจ้าสำนักหยุนซาน ลัวเยว่ซาน เขาสามารถทำให้หมัดของเขากลายเป็นเหล็ก และใช้เป็นอาวุธที่ร้ายกาจได้!

 

อันที่จริงแล้ว ทักษะหมัดไหนๆ ถ้าหากฝึกฝนจนไปถึงระดับสูง มันก็จะดูคล้ายกันหมด

 

ความต่างคือกันก็คือ หมัดเหล็กนี้แข็งแกร่งกว่าทักษะหมัดทั่วไปหลายเท่า ทั้งยังระเบิดพลังที่รุนแรงกว่าด้วย !

 

เมื่อรู้สึกได้ถึงแรงกดโดยรอบ  เหยามู่หว่าน, ซูเลี่ย และเหมาฉางเฟิง ก็หรี่ตาลงทันที พวกเขาไม่ลังเลที่จะปล่อยการโจมตีสูงสุดของตัวเองออกมา

 

กงเล็บอีกา !

 

ค้อนโลกันต์ !

 

หมัดฟ้าผ่า !

 

เคล็ดวิชาต่อสู้ทั้งสามนี้ ล้วนเป็นเคล็ดวิชาระดับธรรมดาขั้นต้น พวกมันเป็นเคล็ดวิชาของตระกูลเหยา, ตระกูลซูและตระกูลเหมา  พลังของมันไม่จำเป็นต้องพูดถึง

 

“ตูม ตูม ตูม !” เสียงระเบิดดังขึ้นมาติดต่อกันสามครั้ง เหยามู่หว่าน, ซูเลี่ย และเหมาฉางเฟิง ถอยกลับไปหลายก้าว ที่มุมปากของพวกเขามีเลือดไหลออกมา เห็นได้ชัดว่าได้รับบาดเจ็บมาไม่น้อย

 

แต่ลัวจวินเอง ก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันเท่าไหร่ เมื่อเขารับการโจมตีทั้งสามอย่างพร้อมกัน ทำให้ลมปราณในร่างพลันตีกลับ ส่งผลให้อาการบาดเจ็บยิ่งหนักขึ้นไปอีก

 

“ไม่ดีแล้ว!” ใบหน้าของลัวจวินพลันเปลี่ยนไป พลังของเด็กทั้งสามคนนี้แข็งแกร่งกว่าที่เขาคิด แม้ว่ามันจะด้อยกว่าหลินหมิง แต่ก็ไม่อาจมองข้ามได้ “ทำไมพลังของเด็กน้อยพวกนี้ ....ถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้!” เขามั่นใจว่า พลังของหลินหมิงนั้นใกล้เคียงกับขอบเขตฉีซวนขั้นที่ 9 ได้ แต่ความแข็งแกร่งของเหยามู่หว่าน, ซูเลี่ย และเหมาฉางเฟิง เองก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าขั้นที่ 7 เลย

 

เขาคิดว่าหากทุ่มสุดตัวก็คงสามารถฆ่าพวกเหยามู่หว่านทั้งสามคนได้

 

แต่ความจริงคือ เขาไม่เพียงไม่สามารถสังหารพวกเหยามู่หว่านทั้งสามคนได้ แต่ยังทำให้ตัวเองได้รับบาดเจ็บหนักขึ้นไปอีก!

 

“ข้าเป็นถึงรองเจ้าสำนักหยุนซาน เป็นถึงนักสู้ฉีซวนขั้นที่9 แล้วทำไมข้าถึงไม่สามารถจัดการกับศิษย์ของสำนักคังเฉียงได้?” สายตาของลัวจวินเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ ในใจก็เริ่มลนลานขึ้นมา “ เด็กน้อยกลุ่มนี้แทบจะเหมือนกัน พวกมันเป็นสัตว์ประหลาด !”

 

 

รีวิวผู้อ่าน

kaitisak2540
414 วันที่แล้ว

ลงช้าจัง


  แสดงความคิดเห็น
wut
416 วันที่แล้ว

ขอเยอะๆได้ไหมนี้ ไม่จุใจ


  แสดงความคิดเห็น
zmansw100
416 วันที่แล้ว

ขออีกตอน


  แสดงความคิดเห็น