px

เรื่อง : ระบบเจ้าสำนัก
ตอนที่  19 : เข้าถ้ำเสือ (III)


ตอนที่  19 : เข้าถ้ำเสือ (III)

 “สู้ต่อไม่ได้แล้ว !” ลัวจวินเช็ดเลือดที่มุมปากและตัดสินใจที่จะถอย

 

หากสู้ต่อไป เขาที่เป็นนักสู้ฉีซวนขั้นที่ 9 คงเป็นฝ่ายที่เสียเปรียบ !

 

แค่หลินหมิงคนเดียวก็ทำให้เขารู้สึกตึงมืออยู่แล้ว แต่ตอนนี้ได้เห็นความแข็งแกร่งของเหมาฉางเฟิง, เหยามู่หว่าน และคนอื่นๆ  เขาก็รู้ได้ทันทีว่าต้องถอย

 

แต่ถึงลัวจวินอยากจะหนี แต่ศิษย์สำนักคังเฉียงก็ไม่คิดจะปล่อยไปง่ายๆ

 

สำนักคังเฉียงแห่งนี้กลายเป็นสถานที่ที่คิดจะมาก็มา คิดจะไปก็ไปงั้นหรือ?

 

“ลุย!” ศิษย์ของสำนักคังเฉียงต่างก็คุ้นเคยกันดี พวกเขาไม่คิดจะรอดูท่าทีของลัวจวิน จางเฮิงหยาง, หัวเจิ้นเฉียงและจ้าวเซิน ต่างก็พุ่งไปโจมตีลัวจวินพร้อมกันโดยไม่ยั้งมือ

 

เมื่อรู้สึกได้ถึงลมปราณที่แข็งแกร่งจากทางด้านหลังของตัวเอง ม่านตาของลัวจวินก็หดเล็กลง ก่อนที่เขาจะตัดสินใจหันไปต่อยที่ด้านหลังทันที “ หมัดเหล็ก !”

 

ตูม ตูม ตูม !

 

พวกของจางเฮิงหยางต่างกระเด็นออกไปเพราะหมัดที่ต่อยออกมา ทว่าสีหน้าของลัวจวินก็ไม่ได้ดูยินดีเลยสักนิด

 

ใบหน้าของเขาซีดลงกว่าเดิมและที่มุมปากก็มีเลือดไหลออกมาเพิ่ม

 

“ สถานการณ์ไม่สู้ดีแล้ว !” ลัวจวินเริ่มลนลานและรู้สึกเสียใจที่มาที่นี่

 

เขาไม่รู้ว่าศิษย์ของสำนักคังเฉียงจะแข็งแกร่งขนาดนี้ แม้กระทั่งโอกาสที่จะหลบหนีก็ไม่มี

 

ศิษย์สำนักคังเฉียงต่างยึดคติที่ว่า “คนล้มต้องกระทืบซ้ำ” เมื่อเห็นพวกจางเฮิงหยางกระเด็นออกไป หลินหมิงและเย่ลั้วก็พุ่งเข้ามาโจมตีต่อทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้ลัวจวินได้พักหายใจ

 

ลัวจวินต้องรับการโจมตีจากศิษย์ทั้ง 8 คนอย่างต่อเนื่อง เมื่อรับมือการโจมตีชุดหนึ่งได้ มันก็จะมีการโจมตีชุดต่อๆไปตามมาติดๆ ลัวจวินได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากหลินหมิงและพวกเพื่อนๆ

 

ด้านนอกห้องเรียน เสียงการต่อสู้ระหว่างลัวจวินกับพวกเด็กๆนั้น แทบไม่มีท่าทีว่าจะสงบลงเลย

 

“ลัวจวินถูกไล่ต้อนถึงขนาดนี้เชียวรึ!” จั่นเฟิงตกตะลึงจนตาค้าง เขามองฉากตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาของตัวเอง

 

ในฐานะคู่หูชั่วคราวของลัวจวินแล้ว เป็นธรรมดาที่เขาจะรู้ถึงความแข็งแกร่งของลัวจวินดี ถ้าหากพูดแบบไม่น่าฟังหน่อยก็คือ ถ้าต้องสู้กันขึ้นมาจริงๆ ตัวเขาเองก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของลัวจวิน เพราะว่าเขาเพิ่งทะลวงขอบเขตฉีซวนขั้นที่ 9 มา ดังนั้นจึงไม่สามารถดึงพลังออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่

 

อย่างไรก็ตาม ลัวจวินอยู่ขอบเขตฉีซวนขั้นที่ 9 มานานแล้ว แต่กลับถูกเด็กน้อยพวกนี้ยื้อเอาไว้ได้ แบบนี้เขาจะไม่ตกใจได้ยังไง ?

 

ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ศิษย์ของสำนักคังเฉียงน่ากลัวถึงเพียงนี้  คนเหล่านี้กล้าต่อกรกับนักสู้ฉีซวนขั้นที่ 9 แถมยังสามารถไล่ต้อนอีกฝ่ายได้ขนาดนี้?

 

ต้องรู้ว่า ลัวจวินนั้นปรับตัวเข้ากับพลังฉีซวนขั้นที่ 9 มานานแล้ว ทั้งยังเป็นถึงรองเจ้าสำนักหยุนซานอีกด้วย  !

 

รองเจ้าสำนักคนหนึ่ง ถูกต้อนจนจนมุมโดยลูกศิษย์กลุ่มหนึ่ง นี่มันคือเรื่องจริงงั้นรึ ?

 

หากวัดระดับความแข็งแกร่งที่ศิษย์กลุ่มนี้แสดงออกมา ดูเหมือนว่าพวกเขามีคุณสมบัติที่จะกลายเป็นครูฝึกของสำนักเฉินกวงและสำนักหยุนซานได้ หรือแม้กระทั่งอาจจะแข็งแกร่งกว่าครูฝึกในสำนักอีกด้วย โดยเพาะหลินหมิง เขาสามารถเทียบได้กับรองเจ้าสำนักได้เลย กลุ่มเด็กพวกนี้เทียบได้กับเหล่าครูฝึกในสำนักเฉินกวงและสำนักหยุนซานได้แล้ว....

 

ศิษย์ ?

 

มีศิษย์แบบนี้ อนาคตของสำนักคังเฉียงย่อมเจิดจ้า!

 

นี่มันศิษย์ที่ไหนกัน ? นี่มันกลุ่มสัตว์ประหลาดชัดๆ !

 

ไม่ใช่ นี่ไม่ใช่สำนักแล้ว มันคือถ้ำเสือบึงมังกรชัดๆ!

 

เมื่อเห็นสภาพของลัวจวิน กว่าที่จั่นเฟิงจะคิดได้มันก็สายเกินไปแล้ว จิตใต้สำนักสั่งให้เขาเข้าไปช่วยอีกฝ่าย “ถ้าหากลัวจวินตายที่นี่ มันคงจะเป็นเรื่องใหญ่มาก !” ลัวจวินไม่ได้เป็นแค่รองเจ้าสำนักหยุนซานเท่านั้น แต่ยังเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของลัวเยว่ซาน หากลัวจวินตาย  ลัวเยว่ซานคงต้องคลั่งแน่ เมื่อถึงตอนนั้นแม้ว่าจั่นเฟิงจะมีเก้าชีวิต ก็คงรับความพิโรธของลัวเยว่ซานไม่ไหว

 

แต่ก่อนที่เขาจะได้ลงมือนั้น อู่ซินซินก็มายืนอยู่ตรงหน้า พร้อมรอยยิ้ม  “ ผู้เฒ่า เจ้าเป็นคู่ต่อสู้ของข้า !”

 

“ เร็วมาก!” ม่านตาของจั่นเฟิงหดเล็กลง ความเร็วของอู่ซินซินนั้นได้สร้างความตกใจให้กับเขามาก

 

ความเร็วดุจภูติพรายนี้ สร้างความตกใจให้กับเขาจนถึงขั้นชะงักเท้าไป ร่างของเขาแข็งทื่อเล็กน้อย

 

อู่ซินซินมองไปที่อีกฝ่ายโดยไม่กระพริบตา “เจ้าเป็นของเล่นของข้า เจ้าจะไปรบกวนการต่อสู้ของพวกนั้นไม่ได้” ใบหน้าของนางยังคงดูไร้เดียงสาเหมือนเดิม แม้ว่าจะมีรอยยิ้มที่สดใส แต่กลับทำให้ผู้คนรู้สึกราวกับว่ากำลังถูกนางคุกคามอยู่

 

“ของ...ของเล่น ?” หนังตาของจั่นเฟิงกระตุกเล็กน้อย ลมหายใจพลันหอบถี่ รองเจ้าสำนักสำนักเฉินกวงและนักสู้ขอบเขตฉีซวนขั้นที่ 9 อย่างข้า เป็นได้แค่ของเล่นในสายตาของสาวน้อยอย่างนั้นหรือ?

 

ไม่รู้ว่าทำไม เขาถึงไม่กล้าที่จะโจมตีอู่ซินซิน

 

เขารู้สึกว่าทุกคนในสำนักคังเฉียงคือปิศาจ และเด็กสาวผู้นี้คือปีศาจที่น่ากลัวที่สุด ทั้งยังปิดบังพลังที่แท้จริงของตัวเองไว้

 

จั่นเฟิงมองไปที่อู่ซินซิน ก่อนจะพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง “สาวน้อย ผู้เฒ่าคนนี้อยู่ขอบเขตฉีซวนขั้น 9 เจ้ามั่นใจหรือว่าจะสู้กับข้าได้ ?” เขาไม่กล้าลงมือ ดังนั้นจึงพูดขู่ออกไป เพื่อทดสอบท่าทีของอู่ซินซิน  ถ้าหากอู่ซินซินกลัว  ก็แสดงว่าอู่ซินซินไม่ได้แข็งแกร่งแบบที่เขาคิดไว้

 

อู่ซินซินนิ่งไปชั่วครู่ สีหน้าของนางแสดงท่าทีสับสนเล็กน้อย “นักสู้ฉีซวนขั้นที่ 9? ท่านพ่อเคยบอกว่านักสู้ฉีซวนขั้น 9 แข็งแกร่งมาก...”

 

อู่เฉินไม่ใช่แค่บอกว่านักสู้ฉีซวนขั้นที่ 9 นั้นแข็งแกร่ง แต่ยังบอกอีกว่าความแข็งแกร่งของนางเองก็ไม่ได้ด้อยไปกว่านักสู้ฉีซวนขั้นที่ 9 เลย

 

ความจริงแล้ว แม้แต่นักสู้ฉีซวนขั้นที่ 9 ทั่วไป ก็รับมือกับอู่เฉินได้ไม่ถึงสิบกระบวนท่า นอกจากยอดฝีมือระดับสูงอย่างหลินไห่หยา และลัวเยว่ซานแล้ว คนอื่นๆไม่สามารถทำได้ ทว่าอู่ซินซินนั้นขาดประสบการณ์ในการต่อสู้ จึงพ่ายแพ้ให้กับอู่เฉิน

 

 “ท่าทีนี่มันอะไรกัน ?” จั่นเฟิงคิ้วขมวด เมื่อเห็นปฏิกิริยาของอู่ซินซิน “ เจ้ากลัวรึไม่ ?”

 

เขาสับสนกับความคิดของอู่ซินซิน และไม่กล้าที่จะลงมือ

 

อีกด้านหนึ่ง ลัวจวินอยู่ในสภาพที่น่าอดสูมาก เมื่อเทียบกับตอนมา ตอนนี้สีหน้าของเขาถูกแทนที่ด้วยความหวาดกลัวแล้ว

 

เขากลัวว่า หากยังเป็นแบบนี้ต่อไป เขานี่แหละที่จะเป็นฝ่ายเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่

 

“ไอ้แก่บัดซบ ทำไมยังไม่รีบมาช่วยข้าอีก....แค่ก!” ไม่รอให้จั่นเฟิงได้ใคร่ครวญ ลัวจวินที่ถูกโจมตีจนหัวหมุน ก็ตะเบ็งเสียงด่าออกมา ทว่ายังไม่ทันด่าจบ ก็ถูกหลินหมิงฉวยโอกาสโจมตีไปที่อก ทำให้เขากระอักเลือดออกมา จนผ้าปิดหน้าและเสื้อผ้าสีดำถูกยอมเป็นสีแดงฉาน

 

หลังจากที่หลินหมิงโจมตีสำเร็จ คนอื่นๆก็พากันโจมตีต่อทันที

 

ลัวจวินที่บาดเจ็บไปทั่วตัว เริ่มกลัวการเผชิญหน้ากับหลินหมิงและคนอื่นๆ เขาหนีต่อไปเรื่อยๆราวกับหมาจนตรอก

 

สถานการณ์ในตอนนี้ชัดแล้วว่าเหล่าศิษย์ได้เปรียบเป็นอย่างมาก

 

สายตาของจั่นเฟิงฉายแววลังเลและสับสนอยู่นาน ก่อนที่เขาจะสูดหายใจเข้าลึกๆ และมองไปที่อู่ซินซิน “ไม่ว่าเจ้าจะแข็งแกร่งจริงหรือเสแสร้ง แต่วันนี้ ข้าผู้เฒ่าจะทำให้เจ้าเข้าใจถึงความยิ่งใหญ่ของนักสู้ฉีซวนขั้นที่ 9 !”

 

ระหว่างที่พูดนั้น จั่นเฟิงก็ได้ทำการโจมตีออกมา สิ่งที่เขาใช้ออกมานั้นคือเคล็ดวิชาที่สร้างชื่อเสียงให้กับเขา--- ฝ่ามือไป่หยุน !

 

 [ทักษะ : คัมภีร์รัศมีม่วง (ระดับวิญญาณขั้นต่ำ มีทั้งหมด 10 ขั้น สามารถฝึกฝนถึงขอบเขตฉีซวนขั้นต่ำ มีข้อผิดพลาดเฉลี่ยขั้นละ 38 จุด]

 

[เคล็ดวิชา: ฝ่ามือไป่หยุน (ระดับวิญญาณขั้นต่ำ มีข้อผิดพลาด 302 จุด)]

 

อู่ซินซินไม่ใช่จางหยู  เป็นธรรมดาที่นางจะมองเคล็ดวิชาหรือทักษะที่จั่นเฟิงบ่มเพาะไม่ออก แต่ความแข็งแกร่งของนางก็ไม่ได้ด้อยไปกว่านักสู้ฉีซวนขั้นที่ 9 หรืออาจจะดีกว่าด้วยซ้ำ สิ่งที่นางจำเป็นต้องรู้คือ พลังของจั่นเฟิงนั้นแข็งแกร่งมาก หากเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งกว่า จะต้องใช้วิธีที่รุนแรงกว่าเข้ามาปะทะ ตราบใดที่รู้ข้อนี้มันก็เพียงพอแล้ว

 

นางยกมือขึ้น ชายแขนเสื้อที่ทอด้วยเส้นไหมสีม่วงพลันกระพือขึ้นมาทั้งๆที่ไร้ซึ่งสายลมใดๆ ราวกับว่ามีแรงลมอันแข็งแกร่งกำลังโบกพัดอยู่รอบๆตัวนาง เสียงชายเสื้อดัง “พรึ่บ พรึ่บ”

 

[ทักษะ : “ทักษะจี๋อู่” ฉบับดัดแปลง (ระดับธรรมดาขั้นกลาง มีทั้งหมด 6 ขั้น สามารถฝึกฝนถึงขอบเขตฉีซวนขั้นที่ 6 มีข้อผิดพลาดเฉลี่ยขั้นละ 3 จุด) ]

 

 [เคล็ดวิชา: ชายเสื้อเมฆาล่องลอย (ระดับวิญญาณขั้นต่ำ มีข้อผิดพลาด 274 จุด )]

 

ตอนนั้นเอง ฝ่ามือย่นๆก็ได้เข้าปะทะกับฝ่ามือของเด็กสาว --- “ตูม ! “

 

ผู้บ่มเพาะฉีซวนขั้น 5 สูงสุดปะทะกับผู้บ่มเพาะฉีซวนขั้น 9 ชั้นต้น!

 

เด็กสาววัย 15 ปี ต่อสู้กับชายแก่วัย 67 ปี !

 

ศิษย์ทั่วไปของสำนักคังเฉียงต่อสู้กับรองเจ้าสำนักเฉินกวง !

 

ทันใดนั้น ทั้งสองคนก็ดีดตัวออกจากกัน

 

ร่างของอู่ซินซินเซเล็กน้อย จากนั้นก็ถอยกลับไปหนึ่งก้าว  แรงปะทะนี้ได้ส่งผ่านไปถึงพื้น ทำให้จุดที่นางเหยียบอยู่นั้นมีรอยแตกราวกับใยแมงมุมขึ้นมา

 

แต่จั่นเฟิงนั้นต่างออกไป ดูเหมือนเขาจะได้รับบาดเจ็บ จนต้องถอยร่นไปหลายเก้า เท้าของเขาที่เหยียบลงบนพื้น ได้ก่อให้เกิดหลุมเล็กๆขึ้นมา กระทั่งพื้นหินก็แตกกระจาย เศษหินและฝุ่นนับไม่ถ้วนต่างปลิวว่อนอยู่รอบกายเขา ประหนึ่งเกิดพายุขึ้นที่บริเวณนั้น

 

“ อึก !” จั่นเฟิงได้บาดเจ็บและมีเลือดไหลออกมาจากปาก

 

แข็งแกร่ง !

 

มีพลังที่เหนือชั้นยิ่งนัก!

 

จั่นเฟิงเงยหน้าขึ้น ในสายตาฉายแววสับสนและเต็มไปด้วยความหวาดกลัว “ทำไมถึงแข็งแกร่งแบบนี้!”

 

อู่ซินซินทำให้เขารู้สึกว่ากำลังเผชิญหน้าอยู่กับหลินไห่หยา มันคือพลังที่แข็งแกร่ง และเป็นพลังที่สามารถบดขยี้เขาได้อย่างง่ายดาย  ในเมื่อทะเลทรายแห่งนี้มีแค่สามคนเท่านั้นที่ทำให้เขารู้สึกเช่นนี้ได้ นั่นก็คืออู่เฉิน, หลินไห่หยา และคนสุดท้ายคือลัวเยว่ซาน 

 

และตอนนี้ เขากำลังรู้สึกแบบนั้นกับอู่ซินซิน ในระหว่างที่ประมือกัน

 

ในอีกความหมายหนึ่งก็คือ ความแข็งแกร่งของอู่ซินซินนั้นเหนือชั้นกว่าเขามาก แม้ว่าจะเทียบกับหลินไห่หยาและลัวเยว่ซานไม่ได้ แต่มันก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันมากนัก !

 

“พระเจ้า แค่หลินหมิงคนเดียวก็ตึงมือแล้ว พลังของสาวน้อยคนนี้กลับแข็งแกร่งยิ่งกว่าหลินหมิงมากนัก !” ในใจของจั่นเฟิงเริ่มกลัวขึ้นมา

 

เขาอ่อนแอกว่าลัวจวิน แต่กลับแบกรับความกดดันมากกว่าลัวจวิน !

 

เพราะว่าเขากำลังเผชิญหน้ากับคนที่แข็งแก่รงกว่าหลินหมิง !

 

ภายนอกอาจจะดุเหมือนผู้บ่มเพาะขอบเขตฉีซวนขั้นที่ 5 ทั่วไป แต่ความจริงแล้วกลับมีพลังที่น่ากลัวซุกซ่อนอยู่ในตัว !

 

“ มันจบแล้ว !” ในใจของจั่นเฟิงเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง สายตาของเขาแสดงความหวาดกลัวออกมา

 

เขารู้แค่ว่าตอนนี้ พวกเขาทั้งสองคนกำลังเผชิญหน้ากับกลุ่มปิศาจอยู่ ไม่ต้องพูดว่าจะฆ่าจางหยูเลย ตอนนี้กระทั่งหน้าของจางหยู พวกเขาก็ไม่มีโอกาสได้เห็นเลยด้วยซ้ำ เพราะพวกเขากำลังจะถูกคนรุ่นหลังที่ไม่มีชื่อเสียงฆ่าตายอยู่ที่นี่

รีวิวผู้อ่าน