ตอนที่ 10 – บทแนะนำ (8) 1
“ยุล”
ชายคนหนึ่งก้าวขึ้นมาข้างหน้า
ดูจากท่าทีแล้วน่าจะเป็นหัวหน้ากลุ่ม
เขาเป็นนักดาบที่มีรูปลักษณ์หล่อเหลา และแข็งแกร่ง ทั้งยังมีดาบขนาดใหญ่คาดเอวไว้อีกด้วย
ยุลชำเลืองมองพวกเขาด้วยริมฝีปากคว่ำลง
“อะไร? เรามีอะไรต้องคุยกันอีกเหรอ?”
“ทำไมนายถึง…”
“ฉันต้องบอกนายด้วยเหรอว่ามาที่นี่ได้ยังไง?”
“….”
ชายผู้นั้นไม่ได้กล่าวอะไรตอบ
ทั้งดวงตายังเต็มไปด้วยความมึนงง
หนึ่งในเพื่อนร่วมกลุ่มที่เคยเป็นเพียงภาระ และถูกทิ้งไว้ในด่านบอสที่แสนโหดเหี้ยม แต่ตอนนี้กลับออกมาได้อย่างปลอดภัย
เขาไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับสถานการณ์นี้ดี
ถึงกระนั้นยุลก็ไม่ได้ปิดบังความเกลียดชัง แต่เขาก็ไม่โง่เขลาถึงขนาดเปิดเผยเจตนาอยากสังหารออกไปโดยตรง
ถึงแม้ว่าจะรู้สึกโกรธแค้นมากเพียงใด แต่เขารู้ว่าโลกใบนี้มีอำนาจสั่งการทุกอย่าง แล้วตอนนี้ยุลก็เป็นเพียงมนุษย์ตัวเล็กที่ไม่มีอำนาจที่จะแก้แค้นพวกเขาได้
การเพิกเฉยคงเป็นคำตอบที่ดีที่สุดแล้ว
“ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่านายต้องการจะพูดอะไร แต่ขอร้องละ หุบปากไปเถอะ ฉันรู้ว่านายไม่ได้อยากเจอฉันเท่าไหร่หรอก ส่วนฉันแค่ได้เหลือบไปเห็นพวกนายก็แทบอยากจะอ้วกออกมาเต็มที งั้นก็ทำเหมือนเราไม่เคยรู้จักกันไปจนจบเกมนั่นแหละ ก็อย่างที่รู้กันอยู่แล้ว ว่าฉันไม่มีอำนาจอะไรที่จะทำร้ายนายได้ ไม่ต้องห่วงหรอกนะ”
แต่แล้วเขาทั้งสี่ก็ยังคงยืนลังเลอยู่อย่างนั้น
ทั้งยังไม่มีท่าทีที่จะเดินออกจากยุลเลยแม้แต่น้อย ราวกับกำลังยุ่งอยู่กับการมองหน้ากัน
“รู้แล้วยังจะยืนหาอะไรกันอีก?
ยุลเริ่มหมดความอดทน จึงตะโกนออกมาด้วยความโมโห
ในที่สุดหัวหน้ากลุ่มก็รู้สึกถึงสายตาที่จ้องมองด้วยความกดดันของอีกสามคน จึงทำให้เขากัดริมฝีกปากเล็กน้อย และโค้งตัวลง
“ถ้าเป็นไปได้พวกเราแค่อยากจะขอโทษนายกับทุกอย่างที่เกิดขึ้น”
ท่าทีของยุลกลับผิดแปลกไป
“พูดเรื่องบ้าอะไรออกมา?”
“แล้วฉันก็มีเรื่องอยากจะขอให้นายช่วยหน่อยได้ไหม?”
“ช่วยอะไร?”
“ทุกเรื่องที่เคยเกิดขึ้นระหว่างเรา ได้โปรดเก็บมันไว้เป็นความลับได้ไหมครับ?”
“อะไรนะ?”
“พวกเราตั้งใจมาขอโทษจริง ๆ และก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงเหมือนกัน แต่ช่วยอย่าบอกใครให้รู้ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเราเถอะนะ ถือว่าพวกเราขอร้องล่ะ”
สามคนที่เหลือต่างก็โค้งคำนับ
“ได้โปรดช่วยเราเถอะนะ”
“นะ ยุล นะ ขอร้องล่ะ”
“อย่างน้อยก็คิดถึงมิตรภาพที่เราเคยมีให้กันก็ได้”
ยุลสงบปากลง
ขณะที่เห็นพวกเขากำลังโค้งคำนับ เขายังคงจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ดี ราวกับว่ามีวีดีโอฉายภาพนั้นซ้ำอยู่ในหัว
ณ ด่านบอส ซึ่งเป็นสถานที่ที่กลุ่มพวกเขาดิ้นรนอยู่หลายวัน เพื่อจะผ่านมันไป ยุลถูกตัดสินว่าเป็นคนที่ไร้ประโยชน์ที่สุด จึงต้องกลายเป็นเหยื่อล่อ
เขาพยายามอ้อนวอนขอความช่วยเหลือ และเอ่ยถามว่าพวกเขาทำเช่นนี้กับตนได้อย่างไร แต่แล้วอีกฝ่ายไม่คิดแม้แต่จะมองกลับมา และเดินจากไปอย่างคนจิตใจโหดเหี้ยม
ครั้งที่ได้พบพวกเขาในห้องพักด่าน A เขาเคยคิดว่าได้เจอเพื่อนร่วมกลุ่มที่ดีเสียจริง
เพราะพวกเขาทั้งสุภาพ และค่อนข้างมีทักษะติดตัว
แม้ว่าเคยได้รับคำเตือนจากคนเก่าแก่ในครอบครัว ว่าหอคอยเป็นโลกที่เต็มไปด้วยอันตราย แต่พวกเขาเป็นคนที่ทำให้ยุลเปลี่ยนความคิด
แต่แล้วความคาดหวังนั้นก็แตกสลายไปในพริบตา
“ฉันไม่รู้นะว่าพวกนายกำลังพูดพล่ามอะไร แต่ออกไปจากตรงนี้เถอะ เพราะฉันไม่อยากเห็นหน้าพวกนายทุกคนอีก”
จากนั้นยุลก็หันหลังกลับไปอย่างรวดเร็ว
หัวหน้ากลุ่มกลุ้มใจเล็กน้อย และกัดริมฝีปาก
‘มันต้องไม่จบแบบนี้สิ ถ้าเราปล่อยให้เรื่องเป็นแบบนี้ มีหวังโอกาสที่มีต้องลอยหายไปในอากาศแน่’
คานซึ่งเป็นหัวหน้ากลุ่มรู้สึกหลายอารมณ์ในเวลาเดียวกัน
เมื่อครั้งที่พวกเขาทะลวงผ่านด่าน A ได้สำเร็จ มันจึงทำให้คิดว่าชีวิตที่โหดร้ายได้จบลงเสียที
ทั้งที่ความจริงแล้ว พวกเขาส่งยุลให้เป็นเหยื่อล่อความสนใจจากหุ่นทองแดง ซึ่งคิดเพียงว่ามันเป็นการเสียสละที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อช่วยเหลือคนอีกหลายชีวิตก็ตาม
สิ่งสำคัญที่สุดคือความสามารถของยุลที่ทำได้เพียงดูมานาได้ด้วยตาเปล่า
ซึ่งมันไม่ได้มีบทบาทสำคัญในการโจมตีแต่อย่างใด ดังนั้นถึงแม้จะไม่มีเขาอยู่ก็ไม่ได้เกิดผลกระทบต่อความแข็งแกร่งของกลุ่มเท่าไหร่นัก
อันที่จริงเขายังเชื่ออีกว่าทุกอย่างจะต้องดีแน่ ถ้าสามารถช่วยชีวิตคนได้มากขึ้น ถึงแม้ต้องสังเวยด้วยชีวิตยุลก็ตาม
ดังนั้นคานจึงพาเพื่อนร่วมกลุ่มคนอื่นมุ่งหน้าไปยังห้องพักด่าน B เพื่อตามหาชายคนหนึ่ง
บิล
มันเป็นชื่อของผู้เล่นคนหนึ่งที่พยายามสมัครเข้าร่วม ก่อนที่รอบแนะนำจะเริ่มขึ้น
“เรียกพวกเราว่า อารังดัลก็ได้ครับ ผมล่ะชอบแววตาของพวกคุณจริง ๆ ส่วนใหญ่คนที่มีรูปลักษณ์แบบนี้มักจะปรากฏขึ้นพร้อมโอกาสที่ดีเสมอ ผมจะรออยู่ที่ห้องพักด่าน B นะครับ ถ้าคุณสนใจที่จะเข้าร่วมกลุ่ม ก็สามารถมาหาผมได้ตลอดเวลาเลย”
ตอนแรกพวกเขาคิดว่าเขาเป็นคนที่มีลักษณะแปลกประหลาด จึงไม่ได้สนใจอะไรมากนัก
แต่ก็ได้ค้นพบภายหลังว่าแก๊งอารังดัล เป็นชื่อที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบแนะนำ
เป็นกลุ่มที่อยู่อันดับสูงสุด และมีอำนาจเหนือบทแนะนำเป็นเวลายาวนาน
เขาเคยได้ยินมาว่ากลุ่มอารังดัล มีบางอย่างที่สามารถเชื่อมต่อกับหอคอยได้
ทั้งยังเป็นเหมือนศาลเตี้ย ที่มีไว้ป้องกันความโกลาหลวุ่นวายในรอบแนะนำ
พวกเขาพยายามป้องกันไม่ให้มีการโกงเกิดขึ้น ทั้งยังเป็นผู้สร้างกฎขึ้นมาให้อยู่ในกรอบ และยุติธรรมกับผู้เล่นทุกคน
จึงทำให้การคัดเลือกสมาชิกนั้นค่อนข้างเข้มงวด
ทุกอย่างต้องถูกตรวจสอบอย่างรอบคอบ และพิถีพิถัน ไม่ว่าอาสาสมัครผู้นั้นจะเคยทำอะไรไม่ดี เช่นพยายามข่มขู่ หรือปล้นผู้อื่น เป็นต้น
เพราะฉะนั้นการกลับมาอย่างฉับพลันของยุล จึงทำให้รู้สึกราวกับโดนฟ้าผ่า
‘เวรเอ๊ย ถ้ายุลบอกความลับนี้กับคนอื่นละ…!’
เขาหวังว่าจะเจอบิลเย็นนี้
พวกคานเคยบอกไปแล้วว่ายุล “สมัครใจ” ที่จะเสียสละตนเองเพื่อช่วยเขา
แต่จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเขาเล่าถึงเหตุการณ์ทั้งหมด?
ทุกอย่างก็จะจบลงทันที
‘มีข่าวลือว่าอารังดัล อยู่ภายใต้การควบคุมโดยตรงของสมาคมยักษ์ในหอคอย ถ้าหากเราทำให้พวกเขาไม่พอใจมีหวังต้องเดือดร้อนแน่’
ทั้งยังบอกอีกว่ากลุ่มอารังดัลเป็นกลุ่มพิเศษที่ถูกสร้างจากเผ่าในหอคอย เพื่อค้นหาผู้สมัครที่มีศักยภาพมากที่สุด
คานไม่ต้องการที่จะพลาดโอกาสนี้
ถึงแม้พวกเขาจะกล่าวขอโทษ แต่ดูเหมือนยุลจะไม่รับฟังมันเลยด้วยซ้ำ
ทั้งยังหันหน้าหนี ราวกับว่าไม่ต้องการพบพวกเขาอีก