ตอนนี้ในหัวใจของนางมีความรู้สึกราวกับว่ามีบางสิ่งที่แหลมคมทิ่มแทงเข้ามาที่บริเวณหน้าอกของนาง โดยในตอนแรกรูนั้นมีขนาดเล็ก
แต่เมื่อเวลาผ่านไปรูนั้นก็จะขยายใหญ่ขึ้น และใหญ่ขึ้น จนในที่สุดมันก็รู้สึกเหมือนหัวใจดวงนี้กำลังจะแหลกสลายลงไปแล้ว
เฟยอันผิงเป็นเหมือนภูเขาน้ำแข็งที่กำลังจะหลอมละลายและแตกสลายออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เนื่องจากทั้งคู่เป็นสามีภรรยาที่แต่งงานกันมาเป็นเวลาถึงแปดปีแล้ว และได้พบเจอกับเรื่องราวต่าง ๆ มากมายมาด้วยกัน
และในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดของเขา อันผิงก็เป็นเพียงผู้เดียวที่อยู่เคียงข้างเขามาโดยตลอด แต่เมื่อเขาได้กลายมาเป็นจักรพรรดิ เขากลับรักชิงเหลียนและต้องการที่จะขับไล่นาง ให้พ้นไปจากชีวิต
แต่ทันใดนั้นเขาก็กล่าวว่า ตนเองไม่ต้องการให้นางต้องกังวลเรื่องอาหาร และที่พักพิงเช่นนั้นหรือ?
“ทุกสิ่งทุกอย่างที่ข้าทำทั้งหมดนั้นก็เพื่อท่าน เพียงเพื่อต้องการที่จะปกป้องท่าน โดยข้ามิเคยใส่ใจในชีวิตของตนเองเลยแม้แต่น้อย แต่สุดท้ายสิ่งที่ข้าได้รับกลับมาคือ คำกล่าวที่ว่า 'มิต้องกังวลเรื่องอาหารและที่พักพิง?
แปดปี! เราเป็นสามีภรรยากันมาแปดปีแล้ว แต่สิ่งนี้เทียบกับความงามของเฟยชิงเหลียนมิได้เลย...ชีวิตที่สะดวกสบาย? ผู้ใดต้องการกัน
การเสี่ยงอันตราย และความทุกข์ทรมานทั้งหมดที่ข้าต้องทน ก็เพื่อให้บรรลุสิ่งที่มีในวันนี้ แต่ท่านกลับมอบให้หญิงอื่นได้อย่างง่ายดาย! ท่านยังต้องการให้ข้าขอบคุณพวกท่านด้วยหรือไม่?”
ในฉับพลันหวงเทียนเป่าก็กำปั้นของตนเองลงบนโต๊ะอย่างรุนแรง ทำให้กาน้ำชาถึงกับหล่นลงที่พื้นขณะที่เขาขมวดคิ้วแน่น
"หุบปาก! นางมิใช่ผู้อื่น! ชิงเหลียนเป็นพี่สาวของเจ้า!”
เฟยอันผิงหัวเราะเยาะก่อนที่จะกล่าวว่า
"พี่สาวอย่างนั้นหรือ? นางคือนางฟ้าที่ถูกส่งลงมาจากสวรรค์ และเป็นหญิงสาวผู้สูงศักดิ์ของตระกูลเฟย แล้วข้าล่ะ?
ข้าเป็นเพียงแค่บุตรสาวของสาวใช้ในบ้านที่โชคร้าย ขณะที่ผู้เป็นบิดาของตนเองมองบุตรสาวผู้นี้เหมือนเศษดินที่อยู่บนพื้น! หากคิดว่าข้าเป็นน้องสาวจริง ๆ นางจะแย่งชิงสามีของข้าไปได้อย่างไร ...นางจะชิงตำแหน่งรัชทายาทจากลูกชายของข้าไปได้อย่างไร?”
เมื่อจบคำกล่าวของนาง เขาก็จ้องมองไปยังใบหน้าขาวซีดของเฟยอันผิง ซึ่งการจ้องมองของเขานั้น มันช่างดุร้ายและน่าหวาดกลัว จนถึงจุดที่อาจทำให้ผู้คนลืมที่จะหายใจได้
หวงเทียนเป่าเย้ยหยันเบา ๆ
“ชิงเหลียนเป็นหญิงที่บริสุทธิ์ และมีจิตใจที่งดงาม นางมิเคยแม้แต่จะฆ่ามดด้วยซ้ำ ซึ่งเจ้ามิอาจเทียบกับนางได้เลย!
สำหรับเทียนอี้ เขาเป็นเด็กที่ก้าวร้าวและอกตัญญู อีกทั้งยังกล้าที่จะกล่าวสิ่งที่หยาบคายต่อชิงเหลียน ดังนั้นเขามิมีสิทธิ์ได้เป็นรัชทายาท!”
บริสุทธิ์และจิตใจดีอย่างนั้นหรือ?
ตั้งแต่เด็กอันผิงเป็นผู้ที่ชอบช่วยเหลือผู้อื่นและทำความดีมาโดยตลอด แต่ผู้ที่จะได้รับผลประโยชน์จากการกระทำทั้งหมดนี้คือพี่สาวของนาง
เป็นเพียงเพราะ ชิงเหลียนมีใบหน้าที่งดงามปานนางฟ้า ซึ่งมันงดงามมากพอที่จะทำให้ผู้อื่นเชื่อได้ว่า หัวใจของนางเป็นเช่นภาพสะท้อนของรูปลักษณ์นั้น
ตอนนี้เฟยอันผิงต้องการที่จะหัวเราะเยาะตนเอง เนื่องจากเสียงของชายผู้นี้เป็นเหมือนกับดาบที่แทงตรงเข้าไปในหัวใจของนาง และเลือดที่ไหลออกมานั้นเปรียบได้กับน้ำตาที่ไหลออกมาจากดวงตาอันว่างเปล่าคู่นี้ จากนั้นมันก็จะเหือดแห้งไป
ท่ามกลางความขมขื่นในหัวใจ ขณะนี้ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความสิ้นหวังที่ไม่อาจบรรยายได้โดยกล่าวว่า
“ถูกต้อง ข้ามิสามารถเทียบได้กับชิงเหลียนได้ แต่เทียนอี้เป็นผู้บริสุทธิ์ เขาเป็นเด็กที่มีอายุเพียงแค่สี่ขวบเท่านั้น ดังนั้นจึงมีหลายสิ่งที่เขายังมิเข้าใจ
และเมื่อเห็นแม่ของเขาต้องเจ็บปวดจนร้องไห้ นั่นเป็นเหตุผลว่า เหตุใดเขาจึงอดมิได้ที่จะกล่าวคำ ที่แสดงถึงความขุ่นเคืองใจต่อชิงเหลียน แต่ท่านใจร้ายมาก ที่ขังเขาเอาไว้ถึงสามวันสามคืน!”
จากนั้นหวงเทียนเป่าก็จ้องมองอันผิงอย่างไร้อารมณ์ โดยไม่ได้เอ่ยอันใดออกมาสักคำทำให้หัวใจของนางต้องแตกสลายมากยิ่งขึ้น
“และหากท่านมิได้ทำเช่นนั้น ปอดของเขาก็คงจะมิติดเชื้อ ซึ่งคงจะมิต้องมาตายตั้งแต่อายุยังน้อย! เขาเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของท่าน ทั้งหมดนี้ เป็นเพราะคำกล่าวคำเดียวจากท่านที่ว่าเขาหยาบคายเกินไป และท่านปฏิบัติต่อเขาเช่นนั้น
ข้าผิดหรือ? ที่ข้าเรียกให้ท่านหมอหลวงทุกคนมารักษาเขา เพราะต้องการรักษาเลือดเนื้อของข้า! ท่านคิดถึงแต่เรื่องที่เกี่ยวกับเฟยชิงเหลียน!
ตอนนั้นเทียนอี้ของข้าป่วยเป็นไข้สูง และบอกกับข้าว่าเขาเจ็บปวดและทรมานมาก..ท่านเข้าใจหรือไม่ว่าข้าต้องเจ็บปวดสักเพียงใด?
และหากทำได้ ข้าจะยอมใช้ชีวิตข้าแลกกับชีวิตของบุตรชายที่มีค่าของท่าน...ท่านมีเฟยชิงเหลียน แต่เทียนอี้มีเพียงข้าผู้เดียว!
ในขณะนั้นเทียนอี้กำลังอยู่ในช่วงระหว่างความเป็นและความตาย เหตุใดท่านต้องไปหาเฟยชิงเหลียนและดูแลนางด้วย?
ฮึ...ในตอนนี้ ข้ามิต้องการอันใดแล้ว แต่หากสามารถเลือกได้สิ่งที่ต้องการมีเพียงอย่างเดียวคือ ขอให้เทียนอี้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง!
ข้าเกลียดเฟยชิงเหลียน ข้าเกลียดนางแทบตาย ข้าเกลียดที่มิสามารถสับนางออกเป็นชิ้น ๆ ได้!”
“นังบ้า!”
หวงเทียนเป่ามีความรู้สึกโกรธมาก ขณะที่แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความรังเกียจและเหยียดหยามหญิงคนนี้ ผู้ที่กำลังอยู่ต่อหน้าจึงกล่าวว่า
“หากต้องการที่จะเกลียด ก็เกลียดข้าเถิด! นางมิได้ต้องการที่จะเข้าวัง แต่เป็นข้าเองที่บังคับให้นางเข้าวังมา เพื่อต้องการที่จะให้นางได้เป็น 'จักรพรรดินี' นางเป็นผู้ที่ไร้เดียงสาและมีน้ำใจมาก แต่นางกลับมีน้องสาวที่ชั่วร้ายและน่ากลัวอย่างเจ้าได้อย่างไรกัน?”
ทันใดนั้นเขาก็เดินเข้าไปหาเฟยอันผิงด้วยความรวดเร็ว และดึงผมของนางอย่างรุนแรง
“ข้าจะมิให้อภัยเจ้าอย่างแน่นอน! ข้าต้องการให้เจ้าต้องทนทุกข์ทรมานไปช้่วชีวิต! ทหาร! ตัดขาของนังหญิงผู้นี้ทิ้ง แล้วโยนร่างนางเข้าไปในวังเย็นเดี๋ยวนี้!”
จากนั้นอันผิงก็เห็นแต่สิ่งที่เป็นสีเหลือง ขณะที่พระราชวังนั้นมืดมิด อึมครึมและมีความหนาวเย็นเป็นอย่างมาก
นี่หรือ! วังเย็นที่ผู้คนกล่าวถึง
และสิ่งที่เป็นสีเหลืองนั้นก็ทำให้ทุกอย่างมืดมิดลง แต่มันสว่างยิ่งกว่าแสงเทียนที่ส่องทะลุโลกทั้งใบได้ และนางรู้ทันทีว่า สิ่งนี้คือราชโองการของจักรพรรดิที่จะปลดจักรพรรดินี โดยตอนนี้ขันทีกำลังจะประกาศราชโองการ
ในทันใดสติของนางก็หลุดลอยออกไป และรู้เพียงว่าที่นี่คือที่ไหนสักแห่ง ที่มีดวงตาคู่หนึ่งซึ่งดูเหมือนลูกศรพิษและต้องการที่จะยิงทะลุหัวใจของนาง ขณะนี้จิตวิญญาณได้หายไปแล้วทำให้เหลือแต่ความว่างเปล่าและความคิดทั้งหมดหายไปจากสมองของนาง
ยกเว้นคำสองคำนั้นคือ การแก้แค้นและความเกลียดชังที่ยังคงอยู่ ขณะที่นางไม่ได้ยินเสียงอันใดอีกเลย เนื่องจากวิญญาณที่ถูกทำลายของอันผิงได้โบยบินไปยังที่ใดสักแห่งหนึ่งที่อยู่ห่างไกลออกไป
หวงเทียนเป่าท่านโหดเหี้ยม โหดเหี้ยมที่สุด!
ในตอนนี้หัวใจของนางเหมือนกำลังจะหยุดเต้นขณะที่นอนอยู่บนพื้น โดยเขาไม่ได้ละสายตาไปจากนางเลยและยกเท้าขึ้นเพื่อถีบนางอย่างไร้ความปราณี แต่การถีบครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการทำร้ายร่างกายเท่านั้น แต่ยังเป็นการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีและจิตวิญญาณอันผิงอีกด้วย
ดังนั้นอันผิงจึงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ขณะที่สมองของนางผุดภาพความทรงจำครั้งก่อนในตอนที่นางเคยกล่าวว่า นางชอบภูมิทัศน์ของเมืองเจียงหนาน
และในวันหนึ่งเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว นางต้องการไปที่เจียงหนานเพื่อชื่นชมทิวทัศน์ ดื่มชารสเลิศและฟังบทเพลงพื้นบ้านที่ไพเราะที่สุด จากนั้นก็จะเดินทางท่องเที่ยวไปทั่วทุกมุมโลก และหวงเทียนเป่ายังได้กล่าวว่า เขาจะจดจำคำกล่าวเหล่านั้นไปตลอดชีวิต
ซึ่งคงเป็นเพราะเขาจดจำได้ ตอนนี้จึงใช้วิธีนี้ลงโทษนาง เพราะนางเคยกล่าวว่า ต้องการที่จะเดินทางไปทั่วโลก เขาจึงตัดขาของนางทิ้ง
และที่นางเคยกล่าวว่า ต้องการที่จะเป็นจักรพรรดินี เขาจึงปลดนางและโยนนางเข้าไปในวังเย็น
หวงเทียนเป่าเจ้ามันช่างร้ายกาจ และเหี้ยมโหดเกินมนุษย์!
*****
ตอนนี้ภายใต้หลังคาของวังเย็น เฟยอันผิงหรี่ตาลงเล็กน้อย หลังจากนั้นหวงอันเป่าได้แต่งตั้งเฟยชิงเหลียนขึ้นเป็นจักรพรรดินี และแต่งตั้งบุตรชายของนางให้เป็นองค์รัชทายาท
ซึ่งแน่นอนว่าตลอดชีวิตของผู้คนเหล่านั้นจะได้พบแต่ความสุขสบาย มีเกียรติยศ และอำนาจล้นแผ่นดิน ในขณะที่เฟยอันผิงจะถูกลืมเลือนและถูกทอดทิ้งให้ต้องโดดเดี่ยวเพียงลำพัง
และการมีชีวิตอยู่ของนางจะเป็นเพียงการอดทน เพื่อรอลมหายใจสุดท้ายของชีวิตเท่านั้น
ดังนั้นเฟยอันผิงจึงสัญญากับตนเองเอาไว้ว่า จะมีชีวิตที่ยืนยาวกว่าเฟยชิงเหลียนและจะต้องอยู่ไปอีกนาน อยู่ให้นานกว่าเฟยชิงเหลียน!
จากนั้นประตูของวังเย็นได้ถูกเปิดออก ขณะที่เฟยอันผิงมองเห็นแสงจาง ๆ ผ่านรอยแตกของประตูนั้น
“เฟยอันผิง คุกเข่ารับราชโองการ!”
คุกเข่า เช่นนั้นหรือ?
คิดก่อนที่จะกล่าวหรือไม่?
ขาของนางด้วน จะคุกเข่าได้อย่างไรกัน?
เฟยอันผิงไม่เข้าใจในสิ่งที่ชายผู้นั้นกล่าว ขณะที่น้ำเสียงของเขาแหบมากแต่ยังแหลมติดหู...และในตอนนี้นางได้ถูกผู้ใดบางคนลากออกไปที่บริเวณทางเดินของห้องโถง
“ฝ่าบาทมีราชโองการ: จักรพรรดินีเฟยถูกปลดจากตำแหน่งเนื่องจากมิมีคุณธรรม และมิได้สำนึกในความผิดที่ได้กระทำลงไป และเป็นเพราะนางสาปแช่งจักรพรรดินีองค์ใหม่ทั้งกลางวันและกลางคืนจึงประทานเหล้าพิษเพื่อเป็นการลงโทษ!”
และยังกล่าวต่ออีกว่า
“มเหสีเฟยอย่าได้กล่าวโทษผู้อื่น เนื่องจากตอนนี้จักรพรรดินีมีความรู้สึกหวาดกลัวและกระสับกระส่ายอีกทั้งยังกระวนกระวายใจจนนอนมิหลับทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน
ดังนั้นจักรพรรดิ์จึงสอบถามโหรหลวง และได้รับคำทำนายว่าชะตาของท่านแรงเกินไป และเป็นภัยต่อจักรพรรดินีองค์ใหม่ จึงสมควรที่จะอำลาโลกใบนี้!”
เหล้าพิษ แน่นอนว่ามันต้องเป็นเหล้าพิษ!
ทั้งชีวิตของนางเสียเวลาไปกับการเป็นภรรยาที่ดีและทำทุกอย่างเพื่อเขา อีกทั้งนางยังเป็นจักรพรรดินีที่ดี
ส่วนเรื่องในสนามรบ อันผิงก็ไม่เคยสนใจสุขภาพของตนเองเลย โดยนางเดินทางไปชายเเดนบ่อยครั้งเพื่อให้กำลังใจเหล่าทหาร และเมื่อมีภัยธรรมชาติเกิดขึ้น นางก็รีบบริจาคทรัพย์สินและทองคำให้กับประชาชนในทันที
ตอนนั้นแม้ว่าหวงเทียนเป่าจะโกรธนางแต่ภรรยาผู้นี้ก็ยังช่วยชี้ให้เขาเห็นเพื่อต้องการแก้ไขข้อบกพร่องของเขา
ส่วนการปฏิบัติต่อบรรดาสาวใช้กับเหล่าขันทีในวังนั้น เฟยอันผิงก็กระทำด้วยความเมตตากรุณาเสมอมา แต่ในตอนนี้...เกิดอันใดขึ้นกับนาง?
เมื่อต้องพบกับความโชคร้าย ไม่มีผู้ใดแม้สักคนจะมาคอยช่วยเหลือ ดังนั้นนางจึงหัวเราะเหมือนคนเสียสติ
“หวงเทียนเป่า,เฟยชิงเหลียน พวกเจ้าทำได้ดี! พวกเจ้าปฏิบัติต่อข้าได้ดีมาก! ในชาติหน้า ข้า 'เฟยชิงเหลียน' ขอสาบานว่าจะมิก้าวเข้าวัง และจะมิเป็นจักรพรรดินีเด็ดขาด!”
จากนั้นขันทีอาวุโสก็จ้องมองไปยังจักรพรรดินีเฟยที่ถูกปลดด้วยความสงสารอย่างสุดซึ้งพร้อมกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนที่จะกล่าวว่า
“ลากนางลงมา”
ชั่วอึดใจเสียงของเฟยอันผิงก็ดังไกลออกไปหลายลี้ ขณะที่น้ำเสียงนั้นมีความสั่นสะท้านและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดทรมาน
โดยเสียงนั้นฟังดูเหมือนคำสาป ที่ไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งดังก้องไปทั่วทั้งวังทำให้เกิดความหวาดกลัวในจิตใจของผู้คน . . .