px

เรื่อง : ผู้ใหญ่หลิวยอดเกษตร (นิยายแปล)
ตอนที่ 2 : ฟื้นจากความตาย


ตอนที่ 2 : ฟื้นจากความตาย

หลิวเฟยช็อก นี่เธอบ้าไปแล้วหรือ ?

 

แม้รู้ว่าอีกฝ่ายชอบใช้กำลัง แต่ไม่คิดว่าจะกล้าทำแบบนี้ 

 

เมื่อเห็นว่าตนกำลังจะถูกปล้ำ หลิวเฟยจึงกำหมัดเตรียมตัวโต้ตอบ ทว่าจังหวะนั้นกลับมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ตามด้วยเสียงคนตะโกนเรียก “อวี้เหลียน รีบออกมา ปู่มีเรื่องสั่งเสีย ! ”

 

หลิวอวี้เหลียนได้ยินดังนั้นก็หยุดมือ ก่อนจะรีบวิ่งออกไปจากห้อง

 

หลิวเฟยมองไปยังเสื้อผ้าที่โดนฉีกก่อนส่ายศีรษะ  “ดีที่เธอออกไปแล้ว”

 

....

 

ณ ห้องหนึ่งภายในบ้านตระกูลหลิว ปรากฏหลิวอวี้เหลียนคุกเข่าลงข้างเตียงพร้อมร้องไห้ออกมา เพราะความรีบร้อนจึงไม่ได้เปลี่ยนชุดเจ้าสาวออกก่อน

 

บนเตียงปรากฏร่างของชายชราที่ใกล้ตาย เขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมองและพูดด้วยเสียงอันสั่นเทา “หลาน หลานไม่ใช่เด็กแล้ว....”

 

“คุณปู่ ! ”

 

มือเหี่ยวแห้งร่วงลงตามด้วยเปลือกตาที่พับปิด หลิวอวี้เหลียนทำได้เพียงร้องเรียกจนเสียงแหบแห้ง

 

ฝ่ายหลิวเทียนป้าต่อยหมัดลงพื้นด้วยสีหน้าหม่นหมอง

 

“เขายังไม่ตาย รีบไปที่บ้านแล้วเอากระเป๋าของฉันมา ! ”  ในยามที่ทุกคนพากันร้องไห้ หลิวเฟยก็พุ่งเข้ามาพร้อมตะโกนขึ้น เขาตรงไปที่เตียงแล้วจับชีพจรของชายชราจึงยิ่งมั่นใจในคำพูดของตน

 

ทุกชีวิตล้วนมองไปยังหลิวเฟย ทว่าเมื่อเห็นเขาสวมเพียงชุดสีขาวบาง ๆ ซึ่งกระดุมสองเม็ดบนหลุดออก จึงอดคิดไม่ได้ว่าเมื่อครู่นี้เกิดอะไรขึ้น...

 

“มัวแต่มองอะไร ? เร็วเข้า ! หากเขาตาย พวกนายจะรับผิดชอบไหวหรือ ? ”  เมื่อเห็นว่าทุกคนเอาแต่มองไม่เลิก หลิวเฟยจึงชี้ไปยังชายร่างท้วมคนหนึ่งแล้วตะโกนบอกอีกครั้งจนอีกฝ่ายรีบวิ่งออกไปปฎิบัติตามคำสั่ง

 

“นายช่วยเขาได้จริงหรือเสี่ยวเฟย ? อย่ามาล้อเล่นนะ” 

 

“พี่เฟยพูดจริงหรือ ? ”

 

...

 

หลิวเทียนป้าและหลิวอวี้เหลียนต่างใช้สายตาเปี่ยมความสงสัยมองไปทางหลิวเฟย ทั้งสองอยากได้คำตอบ ทว่าชายหนุ่มกลับเอาแต่ตรวจสอบร่างกายของชายชราโดยไม่สนใจพวกตน

 

ไม่นานนัก ชายร่างท้วมก็กลับมาพร้อมกระเป๋าของหลิวเฟย

 

หลิวเฟยรีบหยิบเข็มเงินออกจากกระเป๋าก่อนยกมือเตรียมแทงมันลงไป

 

หลิวเทียนป้าคว้ามือนั้นไว้ทันควัน  “นายรู้วิธีรักษาด้วยหรือ ? อย่ามาล้อเล่น ! ”

 

หลิวเฟยตอบกลับ  “ตอนนี้มีสองทางเลือก หนึ่ง คือปล่อยเขาตาย สอง คิดเสียว่าฉันเป็นหมอเทวดา”

 

“ ...”  หลิวเทียนป้าอยากห้ามทว่าจำต้องถอยออกมา

 

ฝ่ายหลิวเฟยเม้มปากแน่น ก่อนแทงเข็มลงยัง “จุดเซ่าซาง” และ “จุดซางหยาง” ของชายชรา ดูผิวเผินไม่ต่างจากการฝังเข็มทั่วไป แต่หากพิจารณาดี ๆ จึงพบว่าทุกครั้งที่หลิวเฟยบิดเข็มเงินจะมีควันลอยออกมาจากปลายนิ้วแล้วซึมเข้าไปในจุดชีพจรทั้งสองแห่งนั้น

 

“เรียบร้อย ! ”  ใช้เวลาไม่ถึงสิบวินาทีจึงดึงเข็มออก จังหวะนั้นเองชายชราก็ลืมตาขึ้นและเริ่มหายใจอีกครั้ง

 

ทุกชีวิตพากันตื่นตะลึง 

 

หลิวเฟยชุบชีวิตคนตายให้ฟื้นคืน นี่มันหมอเทวดาชัด ๆ

 

“คุณปู่ฟื้นแล้ว ! ”

 

...

 

ทุกคนในห้องล้วนตื่นเต้น ทว่าหลิวเฟยกลับแสดงท่าทีใจเย็นออกมา นี่คือสิ่งใดกัน ? 

 

ตนได้บ่มเพาะทักษะห้าชี่ไหลเวียน เคล็ดลับของวิชานี้คือพลังชี่ดั้งเดิม ครึ่งหนึ่งเป็นวิชาแพทย์ ส่วนอีกครึ่งหนึ่งเป็นวิชาต่อสู้ วิชาแพทย์นี้เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จในหมู่วิชาแพทย์ แต่ไม่ใช่แพทย์ทุกคนจะสามารถใช้วิชานี้รักษาผู้ป่วยได้ ส่วนวิชาต่อสู้นั้นเรียกได้ว่าเหนือกำลังภายใน ใช่ว่าผู้บ่มเพาะทุกคนจะสามารถขึ้นไปถึงจุดนั้นได้

 

อีกอย่าง “ปราณห้าชี่” ที่เกิดจากการบ่มเพาะของเขา ไม่เพียงแต่สามารถช่วยชีวิตคนด้วยการฝังเข็มแล้ว ยังช่วยเพิ่มพลังแก่สัตว์ ต้นไม้และช่วยเร่งความเร็วในการเติบโตได้อีกด้วย

 

เหตุผลที่กลับมาหมู่บ้านต้าหลิวในครานี้เพื่อเพาะปลูก, ทำไร่, รักษาโรคร้ายและใช้ชีวิตอย่างสบาย แต่ใครจะคาดคิดว่าเพิ่งวางกระเป๋าลงก็ถูก “มัด” ไว้แบบนี้ 

 

โชคดีที่หลิวเฟยอยู่ตรงนี้ ไม่เช่นนั้นชายชราคงขึ้นสวรรค์ไปแล้ว

 

“เลือดของเขาปนเปื้อน ความดันสูง หัวใจทำงานได้ไม่ดี นอกจากนี้ร่างกายก็ไม่แข็งแรงเหมือนเดิม แม้ช่วยให้ฟื้นขึ้นมาได้ยังต้องใช้เวลารักษาตัวอีกนาน นี่คือใบสั่งยา ต้องจัดยาให้เขากินตามนี้”

 

หลิวเฟยตั้งหน้าตั้งตาเก็บเข็มใส่กระเป๋าโดยไม่สนใจสายตาตื่นตะลึงจากคนรอบข้าง

 

หลิวเทียนป้าเข้ามาจับมือของชายหนุ่มเอาไว้  “ไอ้ลูกเขย ไม่เจอกันเจ็ดปี กลับเรียนรู้ทักษะการแพทย์มาด้วย ฉันมองคนไม่ผิดจริง ๆ “

 

นี่ไม่เหมือนที่คิดเอาไว้เลย...

 

หลิวเฟยขัดขึ้นมา “ลุงไม่ต้องทำแบบนี้ก็ได้ ฉันกับอวี้เหลียนไม่ได้คิดเกินเลยต่อกัน ถ้าอยากขอบคุณที่ช่วยชีวิตคุณปู่ก็จงปล่อยฉันไป ลุงแค่ช่วยซ่อมบ้านให้ฉันเพราะมันไม่เหมาะที่จะพักอาศัยได้เลย”

 

หลิวเทียนป้ารีบสวนขึ้น  “ฟังพูดเข้าสิ  ตอนนี้คนในหมู่บ้านมีใครไม่รู้บ้างว่านายเป็นลูกเขยของฉัน นี่จะบอกว่าลูกสาวฉันไม่คู่ควรกับนายหรือไง ? ในหมู่บ้านนี้มีใครร่ำรวยกว่าฉันบ้าง ตราบใดที่นายเป็นลูกเขยของฉัน ไม่นานทรัพย์สมบัติทั้งหมดก็จะเป็นของนาย”

 

หลิวเฟยยิ้มออกมา  “ฉันไม่คู่ควรกับอวี้เหลียน นอกจากนี้ยังอยากสร้างฐานะด้วยตนเอง แน่นอนว่าอาจยากลำบากแต่ฉันจะพยายาม”

 

หลิวอวี้เหลียนกัดฟันแน่นพร้อมโค้งให้ “พี่เฟย ฉันขอโทษที่บังคับพี่ แต่ฉันโดนบังคับจนไม่มีทางเลือก ”

 

หลิวเฟยขมวดคิ้วมุ่น “เธอหมายความว่าอะไร ? ” 

 

“ อันที่จริงฉันเคยแต่งงานมาแล้ว 2 ครั้ง แต่สามีกลับพากันตาย บวกกับไม่กี่ปีก่อน แม่และย่าของฉันก็ตายไป ส่วนปู่ก็ป่วยหนัก ตอนนี้ทุกคนในหมู่บ้านจึงคิดว่าฉันเป็นตัวกาลกิณีของตระกูล ฉันกลายเป็นตัวตลกสำหรับทุกคนจนไม่มีหน้าออกไปข้างนอกแล้ว”

 

เธอพูดต่อ  “พี่เฟยเพิ่งกลับมาที่หมู่บ้านจึงไม่รู้เรื่องเหล่านี้และฉันเองก็ชอบพี่มาโดยตลอด ฉันไม่คิดฝืนใจแต่ที่ฉีกเสื้อผ้าของพี่ก็เพื่อระบายอารมณ์ ไม่ได้คิดที่จะ…”

 

เมื่อพูดถึงตรงนี้ สีหน้าของหญิงสาวพลันหม่นหมอง

 

หลิวเทียนป้ารีบดึงบุตรสาวกลับมาและพูดด้วยน้ำเสียงเคืองโกรธ   “เธอพูดไร้สาระ ! เธอชื่นชอบนายมาโดยตลอด การแต่งงานนี้ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว นายเองก็ตกลงแล้วด้วย พ่อฉันก็รอดมาแล้ว รีบเข้าหอต่อเถอะ ! ”

 

ได้ยินเช่นนั้นหลิวเฟยแทบกระอักเลือด เรื่องเป็นแบบนี้ได้อย่างไร ?

 

ทว่าลองคิดดูแล้ว หลิวอวี้เหลียนช่างน่าสงสารและคงไม่ดีเท่าใดถ้าเขายังกวนประสาทเธอเช่นนี้ ชายหนุ่มมองไปทางหลิวเทียนป้าและพูดขึ้นว่า  “เอาแบบนี้แล้วกัน ลุงให้เวลาฉันกับอวี้เหลียนศึกษาดูใจกันก่อน ตกลงไหม ? ”

 

“ตกลงอะไร ? ถึงอย่างไรนายก็เป็นหมอเทวดา เราไม่ทำร้ายนายหรอก ถือเสียว่าเป็นสามีของเธอแล้ว ไอ้อ้วน ! มัดเขาไว้ เร็วเข้า”

 

เมื่อพูดจบก็มีชายคนหนึ่งวิ่งเข้ามา  “ท่าจะไม่ดีแล้ว ปู่ป้า คนของหมู่บ้านเสี่ยวหลิวมาหาเรื่อง พวกนั้นบอกว่าลูกสาวผู้ใหญ่บ้านคือตัวกาลกิณีที่ทำร้ายคนนอกลามมาถึงคนในหมู่บ้าน ! ”

 

หลิวเทียนป้าบันดาลโทสะ  “ไร้เหตุผลสิ้นดี ! กล้าดียังไง ทุกคนรีบมากับฉัน อวี้เหลียนก็ด้วย พวกนั้นกำลังพูดถึงเธออยู่ไม่ใช่หรือ ? ไป ไปอัดมัน ฉันจะตีให้จำทางกลับบ้านไม่ถูกเลย คอยดู ! ”

 

เห็นทุกคนพากันถือไม้กวาดและพลั่วพุ่งออกไป หลิวเฟยทำได้เพียงยืนนิ่งพร้อมส่ายศีรษะ ผ่านมากว่าเจ็ดปีทว่าหมู่บ้านต้าหลิวกับหมู่บ้านเสี่ยวหลิวยังทะเลาะกันไม่เลิก

 

ไม่เบื่อกันบ้างหรือไง ?

 

รีวิวผู้อ่าน