px

เรื่อง : ผู้ใหญ่หลิวยอดเกษตร (นิยายแปล)
ตอนที่ 28 แผนการของสองสาวสวย


Anchorตอนที 28 แผนการของสองสาวสวย

Anchor

Anchorแม้มีศักดิ์เป็นถึงผู้อำนวยการ แต่หลี่เจิ้งอีกลับไม่สามารถช่วยลูกสาวตัวเองได้ ตอนนี้หลิวเฟยจึงเข้าใจแล้วว่าทำไมก่อนหน้านั้นเขาถึงได้เจ็บปวดและสิ้นหวังยิ่งนัก

Anchor

Anchorหลิวเฟยมาที่ห้องฉุกเฉินพร้อมกันกับพวกเขา และมองไปที่สาวแรกรุ่นที่นอนอยู่บนเตียง รูปโฉมของเธอเปลี่ยนไป เมื่อเห็นเช่นนั้นแล้วเขาจึงส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้

Anchor

Anchorดูจากโครงหน้าของเธอแล้ว เธอน่าจะสวยและอายุยังน้อย อายุของเธอน่าจะประมาณยี่สิบกว่าปี และอาจกล่าวได้ว่าเธออยู่ในช่วงวัยที่กำลังสวยสะพรั่งที่สุด ทว่าเคราะห์ซ้ำกรรมซัดกลับต้องมาเจอกับหายนะเช่นนี้ ช่างหน้าอนาจใจจริง ๆ

Anchor

Anchorเป็นดังที่คาดการณ์ไว้ เธอได้รับการช่วยชีวิต แต่เมื่อเธอตื่นขึ้นมาและพบว่าเธอกลายเป็นเช่นนี้ เธอจะต้องได้รับผลกระทบทั้งทางร่างกายและจิตใจอย่างแน่นอน

Anchor

Anchorเขามองไปที่หลี่เจิ้งอีที่กำลังขมวดคิ้วและพูดเสียงเข้มว่า "เธอประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์มาใช่ไหม ? "

Anchor

Anchorหลี่เจิ้งอีพยักหน้าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "เป็นอุบัติเหตุทางรถยนต์ ถูกชนจนรถคว่ำและไฟก็ไหม้ ... "

Anchor

Anchorเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ดูเหมือนว่าจู่ ๆ เขาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขามองไปที่หลิวเฟยอย่างประหม่าแล้วพูดว่า "อาจารย์หลิว ทักษะทางการแพทย์ของคุณยอดเยี่ยมขนาดนั้น จะสามารถรักษารอยแผลถูกไฟไหม้ของเธอได้ไหม ? "

Anchor

Anchorเมื่อเขาพูดเช่นนี้ แสดงว่าเขากำลังยืนอยู่ในจุดของความเป็นพ่อ เพราะจากมุมมองของหมอแล้ว แม้ว่าทักษะทางการแพทย์จะดีขนาดไหนก็ยังมองออกว่าแผลไฟไหม้ของเธอนั้นร้ายแรงเกินไป หากจะช่วยเธอได้คงต้องพึ่งปาฏิหาริย์เท่านั้น ความเป็นไปได้ในการฟื้นฟูใบหน้าของเธอให้กลับมาปกตินั้นมีน้อยเหลือเกิน

Anchor

Anchorแม้ว่าหลิวเฟยจะมีตำราชิ้นเอกอย่างทักษะห้าชี่ไหลเวียน แต่เขาก็ไม่แน่ใจเกี่ยวกับเรื่องนี้นัก เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนเอ่ยขึ้นว่า "ผมจะลองดู แต่ขอให้ผู้อำนวยการหลี่รับปากคำขอของผมทั้งสองด้วย ! "

Anchor

Anchor หลี่เจิ้งอีรีบตอบกลับไปว่า "อย่าเรียกว่าคำขอสิ อยากจะให้ผมทำอะไรก็ขอมาได้เลย ตราบใดที่สามารถช่วยให้ทำให้รูปโฉมลูกสาวของผมกลับมาเป็นเหมือนเดิมหรือบรรเทาลงได้ ผมก็ยินดีตอบตกลง ! "

Anchor

Anchorหลิวเฟยพูดขึ้นว่า “ ถ้าอย่างนั้นผมจะขอพูดตามตรงเลยแล้วกันนะครับ อันดับแรกผมหวังว่าเรื่องที่ผมช่วยผ่าตัดให้ลูกสาวคุณจะไม่เผยแพร่ออกไป ทุกคนที่รู้เรื่องนี้ขอให้เก็บเป็นความลับ ตอนนี้ผมเป็นแค่เกษตรกรตัวเล็ก ๆ ผมไม่อยากมีปัญหาใด ๆ "

Anchor

Anchorไม่ต้องสงสัยเลยว่าคำพูดนี้ของเขาคือการปฏิเสธคำเชิญให้เข้าร่วมทำงานกับโรงพยาบาลเฟิ่งฮวง หลี่เจิ้งอีได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจออกมา "น่าเสียดายจริง ! แต่ทุกคนล้วนมีความไฝ่ฝันและผมก็สามารถเข้าใจเรื่องนี้ได้ เรื่องนี้ไม่ยาก ผมจะพยายามกำชับทุกคนแล้วกัน”

Anchor

Anchor"ขอบคุณมากครับ ! ความคิดต่อไปของผมคือรอให้เธอฟื้นขึ้นมาก่อนแล้วค่อยเริ่มทำการการรักษาแผลไฟไหม้ ตอนนี้ร่างกายเธออ่อนแอเกินไปและยากที่จะบอกได้ว่าเธอจะฟื้นเมื่อไหร่ การรักษานี้ผมจะเป็นคนนำเอง พวกคุณทำตามผม คุณคิดเห็นว่าอย่างไร ? "

Anchor

Anchorหลี่เจิ้งอีตอบอย่างไม่ลังเล "เรื่องนี้ไม่มีปัญหา มันควรจะเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว การช่วยชีวิตเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะหากไม่มีชีวิตอยู่แล้ว รูปโฉมกลับมาดูดีแล้วจะมีประโยชน์อะไร ? "

Anchor

Anchorหลิวเฟยพูดต่อว่า: "ความคิดของผมตอนนี้คือต้องผ่าตัดและรักษาด้วยกอเอี๊ยะจีน ผมจะเป็นคนผสมยาเอง แต่ตัวยาบางชนิดอาจจะมีราคาสูงหน่อยนะครับ... "

Anchor

Anchorหลี่เจิ้งอียังไม่ทันจะพูด ภรรยาของเขาก็พูดแทรกขึ้นมาอย่างมั่นใจ "เรื่องนี้ไม่มีปัญหา พวกเราทำงานมาตลอดชีวิต ยังมีเงินเก็บอีกเยอะ หากเงินเก็บเหล่านี้ไม่พอ พวกเราก็จะทำทุกวิถีทาง ขอเพียงคุณสามารถช่วยลูกสาวเราได้"

Anchor

Anchorหลิวเฟยจึงพูดขึ้นว่า "เอาล่ะ ถ้างั้นผมจะเขียนรายการให้ พวกคุณเอาใบสั่งยาไปซื้อสมุนไพรมา จากนั้นผมจะรวบรวมและกลั่นยาออกมาเอง"

Anchor

Anchorหลี่เจิ้งอีรู้สึกตื่นเต้นมากจึงจับมือของเขาและพูดว่า "ผมเชื่อมั่นในฝีมือคุณ ขอให้คุณรักษาตามวิธีของคุณได้เลย ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาอย่างไร ยังไงพวกเราก็ต้องขอบคุณคุณ ! "

Anchor

Anchorหลิวเฟยยกมือขึ้นปฎิเสธแล้วพูดว่า "ในเมื่อผมรับผิดชอบเรื่องนี้แล้ว มันก็ถือเป็นโชคชะตา ผมจะพยายามอย่างสุดความสามารถแน่นอน ส่วนเรื่องอื่นนั้นค่อยว่ากันดีกว่า"

Anchor

Anchorทันทีที่เขาพูดจบ ซูเฉียวก็เดินมาอยู่ข้าง ๆ และพูดขึ้นด้วยอารมณ์ตื่นเต้น “ผมขอโทษจริง ๆ ผมไม่คิดว่าทักษะทางการแพทย์คุณจะยอดเยี่ยมขนาดนี้ ผมและภรรยาไม่ควรปฏิเสธคุณเพราะอคติแบบนั้นเลย ดูสิ……”

Anchor

Anchorหลิวเฟยชำเลืองมองเขาแวบหนึ่ง เขาไม่คิดเลยว่าเพราะเหตุการณ์นี้ จะทำให้อีกหนึ่งเหตุการณ์เปลี่ยนไป เขายิ้มให้กับโม่อวี้เล็กน้อยแล้วพูดกับซูเฉียวว่า "ประธานซู ท่านคิดมากไปแล้ว เดิมผมแค่อยากจะมาดูอาการป่วยของภรรยาคุณเท่านั้น เช่นนั้น ... ผู้อำนวยการหลี่ ผมขอดูรายงานการตรวจของเธอหน่อยได้ไหม ? ”

Anchor

Anchorหลี่เจิ้งอีรีบพูดโดยไม่ปฏิเสธ "แน่นอน ไม่มีปัญหา ! "

Anchor

Anchorหลิวเฟยอ่านรายงานการตรวจของเมิ่งจวิน จากนั้นเขาก็เดินตรงไปยังห้องผู้ป่วยเพื่อจับชีพจรของเธอ พลางขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนพูดว่า "มะเร็งปากมดลูกของเธออยู่ในระยะสุดท้ายซึ่งรักษาได้ยากจริง"

Anchor

Anchorซูเฉียวรีบพูดขึ้นทันที "ผมรู้ ผมเข้าใจดี ผมไม่คาดหวังว่าจะต้องรักษาเธอให้หาย ผมแค่อยากให้เธอมีชีวิตอยู่ต่ออีกสักสองสามปี ! "

Anchor

Anchorพูดจบ ชายร่างใหญ่ก็อดไม่ได้ที่จะร้องไห้ออกมา

Anchor

Anchorเมิ่งจวินภรรยาของเขาก็เสียใจมากเช่นกัน เธอเหลือบมองหลิวเฟยและพูดขอโทษ "ฉันขอโทษจริง ๆ ฉันไม่ควรตะโกนใส่คุณแบบนั้น"

Anchor

Anchorก่อนหน้านี้ที่เธอทำแบบนั้นเพราะไม่ต้องการให้สามีของเธอล่วงเกินตระกูลลู่ และแน่นอนว่าหลิวเฟยเข้าใจได้

Anchor

Anchorบนโลกนี้ คนกวาดหิมะหน้าประตูยังคงคำนึงถึงคนส่วนใหญ่ แต่จะมีสักกี่คนที่เข้าไปยุ่งเรื่องของคนอื่นอย่างห่วงใย

Anchor

Anchorเขาปลอบประโลมเธอสองสามประโยคและพูดขึ้นอย่างจริงจังว่า "การที่จะรักษาให้กลับมาหายเป็นปกติ 100% นั้นเป็นไปได้ยากมาก แต่ถ้าคุณเต็มใจที่จะให้ความร่วมมือกับผม ผมคิดว่าผมสามารถทำให้คุณมีชีวิตอยู่ต่ออีกได้อย่างน้อย 2 ปี"

Anchor

Anchorเมื่อเมิ่งจวินได้ยินเช่นนี้ เธอก็ตื่นเต้นจนไม่รู้จะพูดอะไรออกมา

Anchor

Anchorริมฝีปากของซูเฉียวสั่นเทา เขาพูดออกมาอย่างไม่เป็นภาษาว่า "จะ....จริงหรือ ? "

Anchor

Anchorหลิวเฟยพูดขึ้น “เรื่องนี้ย่อมเป็นธรรมดา ตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับคุณแล้วว่าจะเชื่อใจผมหรือไม่ ! "

Anchor

Anchor"แน่นอน ผมต้องเชื่อใจคุณอยู่แล้ว ! คุณพาลูกสาวของผู้อำนวยการกลับออกมาประตูผีนั่นได้ แล้วทำไมพวกเราจะไม่เชื่อคุณ วางใจเถอะ ไม่ว่าจะให้พวกเราทำอะไร พวกเราก็จะช่วยอย่างเต็มที่ ! ”

Anchor

Anchor "ดีมาก ! ” หลิวเฟยเอ่ย “งั้นเราทั้งสองมาเริ่มลงมือกัน ขอผมปรึกษากับหมอผู้ช่วยของคุณเพื่อกำหนดแผนรักษาก่อน จากนั้นผมจะบอกว่าทำอย่างไร ไม่ต้องประหม่าไป มองโลกในแง่ดีเข้าไว้ เพราะว่ามันคือสิ่งสำคัญที่สุด ! "

Anchor

Anchorเมิ่งจวินพยักหน้า เธอส่งสีหน้าไปยังซูเฉียว ซูเฉียวจึงรีบพูดขึ้นว่า "ในเมื่อคุณไม่ได้คิดอะไรมาก แถมยังเต็มใจที่จะช่วยชีวิตภรรยาผมอีก ตัวผมก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ถ้าอย่างนั้น ผมจะเพิ่มราคาอาหารทะเลทั้งหมดของคุณขึ้นกิโลละ 2 หยวน ถึงโรงแรมของเรามีรายได้กำไรน้อยลงก็ไม่เป็นไร ! สำหรับผู้จัดการโม่ ผมจะเลื่อนตำแหน่งให้คุณเป็นรองผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมพร้อมทั้งให้ทำหน้าที่จัดซื้อไปด้วย คุณคิดว่าเป็นอย่างไรบ้าง ? "

Anchor

Anchorความสุขเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน จนทำให้โม่อวี้รู้สึกงงงวยไปหมด

Anchor

Anchorเธอค่อย ๆ ผ่อนคลายลงและพูดออกไปว่า "ประธานซู ขอคุณคิดให้ดีก่อนนะคะ หากท่านร่วมมือกับพวกเราในเรื่องนี้ก็เท่ากับว่าจะทำให้ตระกูลหลู่ไม่พอใจคุณได้ ... "

Anchor

Anchorซูเฉียวตอบกลับอย่างจริงจังว่า "ไม่พอใจ ก็ไม่พอใจไปสิ ! ถึงแม้ตระกูลหลู่จะแข็งแกร่งมาก แต่อย่างน้องพวกเราก็เป็นถึงโรงแรมห้าดาว ดังนั้นเราไม่ต้องไปกลัวเขา ! ถ้าพวกเขากล้าเล่นสกปรกล่ะก็ ต้องมีการแตกหักกันไปข้าง คุณอย่าลืมนะว่าธุรกิจของลูกชายของผม หลายปีมานี้ทำกำไรดี จะจ้างบอดี้การ์ดสักคนมาคอยปกป้องพวกคุณก็ไม่มีปัญหา"

Anchor

Anchorโม่อวี้พูดอย่างตื่นเต้นว่า "ถ้าเป็นเช่นนั้น ก็ขอบคุณคุณมาก ๆ ! "

Anchor

Anchor"นี่คือสิ่งที่พวกคุณสมควรได้" ซูเฉียวเอ่ย

Anchor

Anchorแม้ว่าหลิวเฟยจะรู้สึกขอบคุณประธานซูมาก แต่เขาก็ยังสงบนิ่งและพูดขึ้นว่า "ถ้าเป็นเช่นนั้นพวกเราก็จะเดินไปเคียงข้างคุณและโรงแรมของคุณ ! หลู่อิงปินไม่ใช่คนดี มันต้องเล่นสกปรกแน่ ๆ ผมหวังว่าหวังคุณจะช่วยไหว้วานลูกชายของคุณ จ้างบอดี้การ์ดมาเพิ่มเพื่อคอยดูแลความปลอดภัยของโรงแรม"

Anchor

Anchorซูเฉียวพูดว่า "วางใจได้ กว่าผมพาโรงแรมมาได้ถึงระดับนี้ได้ผ่านอะไรมาตั้งมากมาย ผมจะจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจัง ส่วนเรื่องภรรยา ผมก็ฝากคุณด้วยนะ"

Anchor

Anchor"ในเมื่อเราลงเรือลำเดียวกันแล้ว ผมก็จะทำให้สุดความสามารถแน่นอน ! " หลิวเฟยเอ่ย

Anchor

Anchorหลังจากพูดคุยกับพวกเขาสักพัก หลิวเฟยก็ได้จัดทำรายการสมุนไพรจีนและนำไปมอบให้กับหลี่เจิ้งอี จากนั้นจึงพูดคุยปรึกษาแผนการรักษาใหม่กับหมอที่รักษาเมิ่งจวิน ก่อนที่จะขึ้นไปบนเตียงคนไข้และหลับตางีบสักพัก

Anchor

Anchorเก้าโมงกว่า ๆ ของเช้าวันรุ่งขึ้น เขาหิ้วยาจีน 6 ถุงใหญ่เดินออกจากโรงพยาบาล โม่อวี้ไม่สามารถระงับความตื่นเต้นที่มีอยู่ในใจได้อีกต่อไป เธอเอียงศีรษะและหอมเข้าที่แก้มของเขาไปหนึ่งฟอดพร้อมพูดว่า "หลิวเฟย นายนี่ช่างมหัศจรรย์จริง ๆ คิดไม่ถึงว่าจะมีสถานการณ์ที่พลิกผันอะไรเกิดขึ้นขนาดนี้ ไปกันเถอะ  ไปทานอาหารมื้อเที่ยงที่บ้านฉันกัน ครั้งนี้ฉันจะลงมือเข้าครัวทำอาหารเอง ! ”

Anchor

Anchorหลิวเฟยกระแอมเบา ๆ "ได้ แต่เอาไว้คราวหน้านะ"

Anchor

Anchorพอโม่อวี้คิดถึงครั้งก่อนที่เขาพูดแบบเดียวกันก็ยกมือขึ้นทุบเขา แล้วพูดด้วยความเคือง "นายมันคนสารเลว คุณ ... เป็นแบบนี้ตลอดเลย นี่จงใจใช่ไหม มันน่าโมโหจริง ๆ ! "

Anchor

Anchorหลิวเฟยยิ้มและพูดว่า "นี่คุณไม่เห็นหรอว่าผมหิ้วยาจีนมามากมายขนาดนี้ ? ผมจะนำมันไปอบ ! จริง ๆ นะ ไว้วันหลังเถอะ"

Anchor

Anchorโม่อวี้รู้สึกผิดหวังเล็กน้อยและพูดขึ้นว่า "งั้นก็ได้ เดินทางดี ๆ แล้วกัน คราวหน้าก็อย่าพูดประโยคแบบนั้นอีก ไม่งั้น ... ฉันนี่แหล่ะจะกินนายเอง ! "

Anchor

Anchorพูดจบเธอก็ทำท่าคุกคามหลิวเฟย เธอเปลี่ยนจากหญิงสาวที่คุ้นเคยกลายเป็นโลลิตัวน้อยในทันที

Anchor

Anchorหลิวเฟยอึ้งไปครู่หนึ่ง แล้วจงใจแสร้งเป็นโง่งม "ผมไม่ใช่พระถังซัมจั๋งนะคุณ กินเข้าไปแล้วไม่เพียงแต่รสชาติจะแย่  ดีไม่ดีอาจติดคอตายได้นะ ! "

Anchor

Anchorโม่อวี้ยื่นแขนขาวออกมาช้อนคางของเขาแล้วพูดว่า "เรื่องจะติดคอหรือไม่ติดคอตาย ต้องกินก่อนถึงจะรู้ นายว่าไหมล่ะ ? "

Anchor

Anchorเมื่อเห็นท่าทางที่มีเสน่ห์เย้ายวนของเธอ หลิวเฟยก็กระแอมและกำชับให้เธอระวังตัวและรีบไปโดยเร็ว

Anchor

Anchorเมื่อกลับมาถึงหมู่บ้านหลิวเจีย เขามอบหมายให้หลิวอวี้เหลียนและหลี่อวิ๋นโหรว รับผิดชอบในเรื่องการรับสินค้า ส่วนเขาหมกตัวอยู่ที่บ้านเพื่อต้มยาจีน

Anchor

Anchorหลังจากช่วงบ่ายที่ไปส่งของในเมืองเสร็จ เนื่องจากอาหารทะเลทั้งสามชนิดราคาเพิ่ม ในที่สุดเขาก็ได้กำไรมาบ้าง

Anchor

Anchorเดิมทีตั้งใจจะซื้อของบางอย่างกลับไปฉลอง แต่ใครจะไปรู้ว่าหลี่อวิ๋นโหรวกลับโทรหาเขาก่อน บอกว่าที่บ้านเตรียมอาหารไว้แล้ว ให้เขารีบกลับไปเร็ว ๆ

Anchor

Anchorไม่ต้องสงสัยเลยว่าเรื่องนี้ทำให้เขาสงสัยเป็นอย่างมาก หลี่อวิ๋นโหรวกลายเป็นคนมีน้ำใจขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่

Anchor

Anchorเมื่อเขากลับถึงบ้าน ก็พบว่าเธอและหลิวอวี้เหลียนได้เตรียมอาหารไว้จริงๆ แถมพวกเธอยังซื้อไวน์แดงและเหล้าขาวมาไว้อีกอย่างละ 2 ขวด นั่นทำให้เขารู้สึกว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ ๆ

Anchor

Anchorเขาล้างมือและนั่งที่โต๊ะอาหารตามคำขอของเธอทั้งสอง จากนั่นเขาลองชิมอาหารก่อนแล้วพูดขึ้นว่า  "วันนี้ดวงอาทิตย์คงขึ้นมาจากทิศตะวันตกสินะ ผมก็เลยมีลาภปาก อาหารนี้อร่อยจริง ๆ ! "

Anchor

Anchorหลี่อวิ๋นโหรวและหลิวอวี้เหลียนที่สวมชุดกระโปรงยาวสีขาวรีบรินไวน์ให้เขาอย่างรวดเร็วจากนั้นก็ยกแก้วขึ้นคารวะเขาพร้อมกัน "เนื่องจากช่วงนี้นายเหนื่อยมามากแล้ว พวกเราขอยกย่องนายในนามของตัวแทนหมู่บ้าน ! พวกเราชนแก้วแล้ว ทีนี้ตานายบ้าง……”

Anchor

Anchor“ชน……”

Anchor

Anchorหลิวเฟยเหลือบมองแก้วเหล้าขาวแก้วหนึ่งที่อยู่ตรงหน้า แล้วมองไปที่แก้วไวน์แดงของพวกเธอ ขณะที่กำลังจะหยุด พวกเธอก็เงยหน้าขึ้นพร้อมกระดกจนหมดแก้ว

Anchor

Anchorเขายิ้มอย่างขื่นขมพร้อมทั้งส่ายหัวไม่หยุด "สองสาว พวกเธอแสดงความเคารพกันอย่างนี้หรือ พวกเธอกำลังมอมเหล้าฉันสินะ พวกเธอวางแผนอะไรกันอยู่หรือเปล่า ? "

Anchor

Anchorหลิวอวี้เหลียนถอนหายใจพร้อมพูดว่า "วางแผนกับพี่เนี่ยนะ ? พวกเรายังต้องกลัวว่าพี่จะเมาอีกหรือ อย่าหลงตัวเองเลย เร็วเข้า เป็นผู้ชายยกครั้งเดียวให้หมดแก้ว ! "

Anchor

Anchorหลิวเฟยมองไปที่พวกเธอ จากนั้นจึงยิ้มและพูดว่า "มันก็แค่เหล้าไม่ใช่หรือ ? ได้ ฉันจะดื่มมันเอง ! "

Anchor

Anchorเขายกดื่มภายในรวดเดียว หลิวอวี้เหลียนแทบรอไม่ไหวที่จะเติมให้กับเขาอีกแก้ว นี่ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาโดนให้ดื่มอยู่คนเดียว หลิวเฟยแทบจะแน่ใจแล้วว่าพวกเธอสองคนต้องคิดวางแผนอะไรอยู่แน่นอน แต่ก็มีอีกสิ่งที่เขายังไม่รู้คือ มีบางคนที่พยายามทำบางอย่างกับเขา คืนนี้เขาถูกลิขิตให้ต้องเผชิญกับ "งานเลี้ยงอันมีเลศนัย" และยังต้องเผชิญกับเรื่อง " ... " อีกด้วย

Anchor

 

รีวิวผู้อ่าน